<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 25-29 พ.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 1-5 มิ.ย. 69]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506881</link>
<guid isPermaLink="false">3b5e2d7b5d006fbe8ce42f384f209bf0</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 10:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b><u>สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ</u></b><b><u></u></b></p>

<ul type="disc">
	<li>วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย&nbsp;Donald Trump&nbsp;กล่าวว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้บรรลุ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (Memorandum of Understanding: MOU)&nbsp;อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ จะยังคงดำเนินปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านจนกว่าการเจรจาจะลุล่วง</li>
</ul>

<ul type="disc">
	<li>ขณะที่สถานการณ์อีกฟากหนึ่งของโลกทวีความรุนแรง ตลอดเดือนพฤษภาคม&nbsp;2569&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม 2569 ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียมากกว่า&nbsp;13&nbsp;แห่ง ทำให้รัสเซียโจมตีตอบโต้เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ วันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2569&nbsp;รัสเซียโจมตีกรุง&nbsp;Kyiv&nbsp;และบริเวณใกล้เคียงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียง&nbsp;Oreshnik&nbsp;ถือว่าเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง</li>
	<li>อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่กลับมาเพิ่มความเข้มงวดในการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยอนุญาตให้นานาชาติซื้อน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียที่เก็บในเรือลอยลำกลางทะเล&nbsp;(Floating Storage)&nbsp;&nbsp;ซึ่งขยายเวลาจากเส้นตายเดิมอีกเป็นเวลา&nbsp;30&nbsp;วัน จนถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2569&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง</li>
	<li>นอกจากนี้ มีข่าวว่าสมาชิก&nbsp;OPEC+&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ประเทศจะตัดสินใจเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบอีก&nbsp;188,000&nbsp;บาร์เรลต่อวัน ในเดือนกรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;อย่างไรก็ดี ผลกระทบในระยะสั้นมีไม่มากนักเพราะการส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะงักงัน และแม้ช่องแคบดังกล่าวเปิดแล้ว หลายประเทศต้องใช้เวลาฟื้นคืนการผลิต เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คาดว่าต้องใช้เวลา&nbsp;4&nbsp;เดือนเพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันให้กลับมาอยู่ที่ระดับ&nbsp;80%&nbsp;เทียบกับก่อนสงคราม</li>
</ul>

<p>---------------------------------------------------</p>

<p>โทรศัพท์&nbsp;&nbsp;0 2537 3215&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>

<p>ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>

<p>26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260527057ba85b4648ae8245f8f0a3f09e1283100405.png' type='image/png' length='12848' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ GO Hotel นครสวรรค์ เติมสีสันบทใหม่ให้ปากน้ำโพ  ผ่านคอนเทนต์ร่วมสมัยและบทเพลงติดหูจาก “ฮาย อาภาพร”]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506878</link>
<guid isPermaLink="false">ed46372461f0ea2bc98248568d7cdcd8</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หากมองย้อนกลับไป &ldquo;นครสวรรค์&rdquo; เคยเป็นเพียงภาพจำของเมืองทางผ่านบนเส้นทางสู่ภาคเหนือ เมืองที่ผู้คนแค่หยุดพัก ก่อนจะเดินทางต่อ แต่วันนี้ &ldquo;ปากน้ำโพ&rdquo; กำลังขยับตัวสู่บทบาทใหม่ในฐานะเดสติเนชันที่มีจังหวะของตัวเอง และหนึ่งในสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือ การมาถึงของ&nbsp;GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ โรงแรมลำดับที่&nbsp;7&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;GO Hotel&nbsp;โดย เซ็นทรัลพัฒนา บนทำเลศักยภาพติดกับเซ็นทรัล นครสวรรค์ เพียงไม่กี่ก้าว ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว คนทำงาน และนักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหาความสะดวกครบวงจรในจังหวะการใช้ชีวิตที่คล่องตัวมากขึ้น</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ เข้ามาเปิดประสบการณ์การพักผ่อนที่เชื่อมโยงเมือง ผู้คน และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างร่วมสมัย ผ่านแคมเปญ &ldquo;Local Viral&rdquo; ที่หยิบภาษาเดียวกับเมืองจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียงเพลง จังหวะชีวิต และวัฒนธรรมปากน้ำโพ มาร้อยเรียงใหม่ในรูปแบบที่คนรุ่นปัจจุบันเข้าถึงได้ง่าย</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญ คือการร่วมงานกับ &ldquo;ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์&rdquo; ศิลปินลูกหลานเมืองปากน้ำโพ ที่กลับมาถ่ายทอดเสียงของบ้านเกิดผ่านบทเพลงและ&nbsp;MV&nbsp;ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ&nbsp;GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ เพื่อเติมอารมณ์สนุกในแบบที่ร่วมสมัยขึ้น เพลงลูกทุ่งที่คุ้นหูถูกนำมาร้อยเรียงใหม่เข้ากับจังหวะดนตรีในเวอร์ชันใหม่ จนกลายเป็นคอนเทนต์ที่ทั้งติดหูและสร้างภาพจำในมิติใหม่ของยุคดิจิทัลอย่างมีชั้นเชิง</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บรรยากาศในวันเปิดตัวยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองปากน้ำโพ โดยมี คุณจตุพร วิไลแก้ว&nbsp;Head of GO Hotel&nbsp;คุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์&nbsp;Head of Hotel Operation&nbsp;และบุคคลสำคัญในจังหวัดนครสวรรค์ มาร่วมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขและความคึกคัก ผ่านเสียงดนตรีลูกทุ่งจาก &ldquo;ฮาย อาภาพร&rdquo; จังหวะกลองเชิดสิงโต และวัฒนธรรมไทย&ndash;จีนของปากน้ำโพ ที่ถักทอเข้าหากันอย่างกลมกลืนและมีชีวิตชีวา</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>โรงแรมที่เริ่มต้นจาก &ldquo;ความเข้าใจ&rdquo;</b><b></b></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัวใจของ&nbsp;GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ อยู่ที่แนวคิดการออกแบบและการให้บริการที่ตั้งต้นจาก&nbsp;Insight&nbsp;ของผู้เข้าพักจริง ที่ต้องการความเรียบง่าย ใช้งานได้จริง และรู้สึก &ldquo;เชื่อมต่อกับเมือง&rdquo; ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา ดีไซน์ของโรงแรมจึงหยิบเอาอัตลักษณ์ไทย-จีนของปากน้ำโพ มาตีความใหม่ ผ่านรายละเอียดเล็กๆ อย่าง &ldquo;หน้าต่างเก๋งจีน&rdquo; ที่ถูกลดทอนเส้นสายให้เข้ากับสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย พื้นที่ภายในเน้นความโปร่ง โล่ง และแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างจังหวะการพักผ่อนที่สมดุล</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>นิยามใหม่ของการพักผ่อนสไตล์&nbsp;</b><b>GO Hotel</b></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์ &ldquo;สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม&rdquo;&nbsp;GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ ถ่ายทอดประสบการณ์การพักผ่อนผ่านห้องพัก&nbsp;75&nbsp;ห้อง ทั้ง&nbsp;GO KING&nbsp;และ&nbsp;GO TWIN&nbsp;ที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดในทุกมิติ รองรับทั้งการพักระยะสั้นและการเดินทางที่นิยามความหมายใหม่ของการแวะเมือง โดยใส่ใจในทุกองค์ประกอบของการพักผ่อน ตั้งแต่เตียงขนาดใหญ่พิเศษ&nbsp;6.5&nbsp;ฟุต และผ้าม่านทึบแสงที่ช่วยเติมเต็มความสบายในทุกช่วงเวลา</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายในพื้นที่พักผ่อน สิ่งอำนวยความสะดวกถูกออกแบบด้วยความเข้าใจไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ ตั้งแต่&nbsp;Smart TV&nbsp;พร้อม&nbsp;Netflix, WiFi&nbsp;ความเร็วสูง และ&nbsp;Co-Working Space&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;Grab &amp; Go Corner&nbsp;ที่พร้อมใช้งานตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง รวมถึงโซน&nbsp;Pet Friendly&nbsp;ที่เปิดรับการเข้าพักร่วมกับสัตว์เลี้ยง ทั้งหมดสะท้อนนิยามใหม่ของ &ldquo;ความคุ้มค่า&rdquo; ที่สมดุลในทุกจังหวะ ทั้งความ &ldquo;สุข&rdquo; จากรายละเอียดการพักผ่อนที่ใส่ใจ ความ &ldquo;สะดวก&rdquo; จากทำเลที่เชื่อมต่อเมืองได้ง่าย ความ &ldquo;สบาย&rdquo; จากการออกแบบที่เรียบแต่ลงตัว และความ &ldquo;สุดคุ้ม&rdquo; ที่อยู่ในทุกองค์ประกอบของการเข้าพัก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>ซึมซับเสน่ห์ปากน้ำโพ ในทุกมิติของเมือง</b><b></b></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกเหนือจากประสบการณ์การพักผ่อน&nbsp;GO Hotel&nbsp;ยังชวนผู้มาเยือนออกไปสัมผัสเสน่ห์ของนครสวรรค์ในมิติ &ldquo;กิน-เที่ยว-มู&rdquo; ที่ถักทอเข้ากับวิถีริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างลงตัว ผ่านรสชาติอาหารท้องถิ่นอย่าง &ldquo;ร้านหน้าผาปลาทอดมัน&rdquo; ที่ถ่ายทอดความอร่อยจากปลากรายแท้ในแม่น้ำเจ้าพระยา และ &ldquo;นาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซุ้ยต้มเลือดหมู&rdquo; กับรสชาติเรียบง่ายที่สะท้อนชีวิตประจำวันของคนเมือง ก่อนจะพาไปสัมผัสอีกด้านของเมืองผ่าน &ldquo;ศาลเจ้าหน้าผา&rdquo; ศาลเจ้าจีนโบราณอายุกว่า&nbsp;200&nbsp;ปีริมสายน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนชาวปากน้ำโพที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน สัมผัสนครสวรรค์ในมุมสูงที่ &ldquo;หอชมเมืองนครสวรรค์&rdquo; แลนด์มาร์กที่เปิดภาพพาโนรามาของปากน้ำโพ และเส้นทางแม่น้ำทั้ง&nbsp;4&nbsp;สายอย่างสง่างามในมุม&nbsp;360&nbsp;องศา และปิดท้ายด้วยการสักการะ &ldquo;ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ทับทิม&rdquo; อีกหนึ่งศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของชุมชนไทย&ndash;จีนในพื้นที่ ทั้งหมดนี้ สะท้อนอีกบทของนครสวรรค์ที่พร้อมเปิดให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของผู้คน รสชาติ และความศรัทธาอย่างงดงาม</p>

<p><b>&nbsp;</b></p>

<p><b>โรงแรมที่ให้มากกว่าที่พัก</b><b></b></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ ยังขับเคลื่อนแนวคิด &ldquo;GO Local, Eat Local&rdquo;&nbsp;ที่เชื่อมผู้เข้าพักเข้ากับร้านอาหารท้องถิ่น ผ่านสิทธิพิเศษจากคีย์การ์ดโรงแรม พร้อมแคมเปญ &ldquo;GO Local, Eat Local&rdquo; ที่คัดเลือกร้านโดยทีมงานในพื้นที่จริง ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดเดียวกันในการทำให้โรงแรมไม่ใช่จุดหมายปลายทางในตัวเอง แต่เป็น &ldquo;จุดเริ่มต้น&rdquo; ของการรู้จักเมืองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><a name="m_-6488447463029889372__Hlk230083397" rel="noopener noreferrer" target="_blank"><b>GO Local Eat Local&nbsp;สิทธิพิเศษที่ให้ลูกค้าแสดงบัตรเข้าพักของโรงแรม</b></a></p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านนายซุ้ย</b>&nbsp;:&nbsp;ได้อัพไซร์ (up size)&nbsp;จากธรรมดาเป็นพิเศษ&nbsp;1&nbsp;ชาม (จ่ายในราคาธรรมดา) (ระยะเวลา:&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ &ndash;&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2570)</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านขนมครกยายต้อย</b>&nbsp;:&nbsp;รับขนมครกหน้ามะพร้าวเพิ่ม&nbsp;2&nbsp;ชิ้น (ในราคาชุดละ&nbsp;30&nbsp;บาท) (ระยะเวลา:&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ &ndash;&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2570)</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านหน้าผาปลาทอดมัน&nbsp;</b><b>:</b>&nbsp;รับเฉาก๊วยชากังราว&nbsp;1&nbsp;ถ้วย</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านกุยช่าย เจ๊ลัย&nbsp;</b><b>:</b>&nbsp;รับกุยช่ายเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ตัว</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านข้าวต้มนายเจือ&nbsp;</b><b>:</b>&nbsp;รับส่วนลดร้านอาหาร&nbsp;5%</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านเจ๊นึก ลูกชิ้นปลากราย :</b>&nbsp;รับลูกชิ้นฟรี&nbsp;1&nbsp;ถ้วย</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>ร้านแพมังกร นครสวรรค์</b>&nbsp;:</p>

<p>-&nbsp;มื้อเที่ยง&nbsp;11.00&nbsp;-&nbsp;15.00 น.</p>

<p>&nbsp;&nbsp;สั่งก๋วยเตี๋ยวไข่มังกร&nbsp;1&nbsp;ที่ รับฟรี ชาเลือดมังกร&nbsp;1&nbsp;แก้ว</p>

<p>&nbsp;&nbsp;สั่งข้าวห่อใบบัว&nbsp;1&nbsp;ที่ รับฟรี ชาเกสรดอกบัว&nbsp;1&nbsp;แก้ว</p>

<p>-&nbsp;มื้อเที่ยง/เย็น&nbsp;11.00&nbsp;-&nbsp;22.00 น. หรือ เมื่อสั่งเมนูอาหารครบ&nbsp;700&nbsp;บาท รับฟรี ข้าวห่อใบบัว&nbsp;1&nbsp;ที่หรือ ก๋วยเตี๋ยวไข่มังกรได้&nbsp;1&nbsp;ที่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ ยังร่วมกับพันธมิตรอย่าง&nbsp;Grab, AIS&nbsp;และ&nbsp;The 1&nbsp;ยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์เอ็กซ์พีเรียนซ์ที่ครบวงจร ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการใช้ชีวิต โดย</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Grab&nbsp;มอบสิทธิพิเศษ รับส่วนลดพิเศษ&nbsp;15%&nbsp;สำหรับบริการสั่งอาหาร และการเดินทางผ่าน&nbsp;Grab&nbsp;ทุกคำสั่งซื้อ! ใช้สิทธิ์ได้ถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2569</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;AIS&nbsp;มอบดีลพิเศษ เพียงใช้&nbsp;1&nbsp;คะแนน แลกรับสิทธิ์จองห้องพักราคาเริ่มต้น&nbsp;788&nbsp;บาท ผ่านแอป&nbsp;myAIS&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ ถึง&nbsp;20&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2569</p>

<p>&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;The 1&nbsp;โปรแกรม&nbsp;Loyalty Ecosystem&nbsp;ของกลุ่มเซ็นทรัล ยังเชื่อมต่อประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ครบทุกมิติ ต่อยอดการพักผ่อน ชอปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ให้ดำเนินไปอย่างไร้รอยต่อ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ พร้อมเปิดประตูต้อนรับบทใหม่ของเมืองปากน้ำโพในฐานะจุดหมายของการเดินทาง มาร่วมค้นพบประสบการณ์การพักผ่อนในแบบ &ldquo;สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม&rdquo; ได้ง่ายๆ ผ่านการจองที่&nbsp;letzzzGO.co&nbsp;หรือแอดไลน์&nbsp;@GOhotel&nbsp;แล้วไปสัมผัสด้วยตัวเองว่า การพักผ่อนในจังหวะใหม่ของเมืองจะพิเศษขนาดไหน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p align="center">###</p>

<p align="center">&nbsp;</p>

<p><b>หมายเหตุสำหรับสื่อมวลชน:</b>&nbsp;<i>เพลงประกอบแคมเปญเปิดตัว&nbsp;</i><i>GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์ ถ่ายทอดโดย ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ โดยมีเนื้อเพลง ดังนี้</i></p>

<p><i>&ldquo;GO Hotel&nbsp;โอ้แดดมันร้อนๆๆๆๆ</i></p>

<p><i>ก็ขับรถมันเหนื่อย เมื่อยเมื้อยเมื่อยขับมาทั้งวัน เลยอยากนอนพักๆๆๆๆ</i><i></i></p>

<p><i>พักเอาแรงซักคืน คืนนี้นอนนครสวรรค์</i><i></i></p>

<p><i>อาภาพร จะไปนอน นครสวรรค์&nbsp;</i><i>GO Hotel&nbsp;ฉันจะนอนที่นี่เท่านั้น</i></p>

<p><i>ที่พักสุดคุ้ม สะดวกสบายแม้มาเป็นกลุ่ม</i><i></i></p>

<p><i>ติดเซ็นทรัลเลย ไม่ต้องขับหาให้มันเมื่อยตุ้ม</i><i></i></p>

<p><i>Let&rsquo;s GO&nbsp;ไปเลย ตรงไปที่&nbsp;GO Hotel&nbsp;นครสวรรค์&rdquo;</i></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ติดตามข่าวสารเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษตลอดทั้งปี หรือจะเช็คดีลสุดคุ้ม และสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ&nbsp;GO Hotel&nbsp;ได้ที่</p>

<p>&bull;&nbsp;Website&nbsp;:&nbsp;<a href="https://letzzzgo.co/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://letzzzgo.co</a></p>

<p>&bull;&nbsp;Facebook Messenger&nbsp;:&nbsp;<a href="http://m.me/gohotelthailand" rel="noopener noreferrer" target="_blank">m.me/gohotelthailand</a></p>

<p>&bull;&nbsp;Line&nbsp;: @gohotel |&nbsp;<a href="https://lin.ee/LjMEsBR" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://lin.ee/LjMEsBR</a></p>

<p>&bull;&nbsp;IG&nbsp;:&nbsp;<a href="https://www.instagram.com/gohotelth" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.instagram.com/gohotelth</a></p>

<p>&bull;&nbsp;TikTok&nbsp;:&nbsp;<a href="https://www.tiktok.com/@gohotel" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.tiktok.com/@gohotel</a></p>

<p>&bull;&nbsp;Email&nbsp;:&nbsp;</p>

<p><a href="mailto:contact@letzzzgo.co" rel="noopener noreferrer" target="_blank">contact@letzzzgo.co</a></p>

<p>&bull;&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;: 056 006 188</p>

<p align="center">######</p>

<p><b>เกี่ยวกับ&nbsp;</b><b>GO HOTEL</b></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;GO HOTEL&nbsp;สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม ภายใต้การบริหารของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาที่พักคุณภาพในราคาคุ้มค่า พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อน สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม เรียบง่าย ทันสมัย และครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าพัก</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรงแรมตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ใกล้ศูนย์การค้าชั้นนำในเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน รายล้อมด้วยร้านอาหารยอดนิยมและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มอบความสะดวกสบายทั้งในด้านการเดินทางและการใช้ชีวิต พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ไร้เงินสด อาทิ ระบบชำระเงินอัตโนมัติสำหรับค่าห้องพัก และบริการ&nbsp;Grab &amp; GO&nbsp;ที่ช่วยให้การเข้าพักเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; GO HOTEL&nbsp;ปัจจุบันมีทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;สาขา ได้แก่ บ่อวิน,&nbsp;บ้านฉาง,&nbsp;ศรีราชา,&nbsp;ชลบุรี และสาขาล่าสุด ขอนแก่น แคมปัส โดยมีสาขากรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เป็น&nbsp;Flagship Hotel&nbsp;มีห้องพักทั้งหมด&nbsp;179&nbsp;ห้อง ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ให้บริการห้องพัก อย่างครบวงจร พร้อมให้บริการร้านอาหาร&nbsp;Sunny Side Up&nbsp;แบบ&nbsp;All day dining&nbsp;และเตรียมขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักเดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260527d0801195beeed86e155890858ffcec2e100032.png' type='image/png' length='836787' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมป่าไม้ สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3    ตอกย้ำพันธกิจ ESG ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506875</link>
<guid isPermaLink="false">4db96a2341cc2e1a7eccf00bfb9db839</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p dir="ltr">กรุงเทพฯ &ndash; 25 พฤษภาคม 2569&nbsp;เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืนผ่านโครงการ J&amp;T Forest โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงานเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับกรมป่าไม้ นำโดย คุณอาทิตยา แสงสาร นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ กรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อประเมินการเจริญเติบโตของต้นไม้และดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง</p>

<p dir="ltr">โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว 10 ปีของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ที่มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ บริษัทฯ ได้ร่วมปลูกต้นไม้รวมกว่า 2,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ พร้อมดำเนินการดูแล บำรุงรักษา และติดตามผลอย่างต่อเนื่องร่วมกับกรมป่าไม้ เพื่อให้โครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>

<p dir="ltr">ในปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว คณะทำงานได้ดำเนินการปลูกซ่อมแซมและปลูกทดแทนต้นไม้เพิ่มเติมจำนวน 100 ต้น ประกอบด้วยต้นยางนา ต้นตะเคียนทอง และต้นแดง เพื่อเสริมความสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าและเพิ่มอัตราการอยู่รอดของต้นไม้ในระยะยาว ทั้งนี้ จากการประเมินผลพบว่าต้นไม้ที่ปลูกในระยะก่อนหน้ามีอัตราการรอดชีวิตมากกว่า 90% และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการพื้นที่ป่าและการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ</p>

<p dir="ltr">ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในการขับเคลื่อนแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมตามหลัก ESG ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ แข็งแรง และยั่งยืน พร้อมส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นให้แก่คนรุ่นต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p dir="ltr">--------------</p>

<p dir="ltr">เกี่ยวกับ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส</p>

<p dir="ltr">เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (HKEX: 1519) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับโลก ทำธุรกิจให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมเป็นอย่างดีในเอเชียตะวันออกเอียงใต้และจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียคนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ จีน ชาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก บราชิล และอียิปต์ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยึดมั่นในพันธ กิจ &quot;มุ่งเน้นที่ลูกค้า โดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน&quot; โดยมุ่งให้บริการด้วยโซลูซันโลจิสติกส์แบบครบวงจร ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัลที่มีความชาญฉลาด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ทางโลจิสติกส์สู่สังคมโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026052720722322ece8eb840f4f541474a8829d095550.jpeg' type='image/jpg' length='622380' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เยาวชนไทยสร้างชื่อบนเวทีเอเชีย! สสวท. ต้อนรับคณะผู้แทนฟิสิกส์โอลิมปิก คว้ารางวัล APhO 2026]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506868</link>
<guid isPermaLink="false">b4a9d19f59d7a7133cae06f554ae2b5f</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>&nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล</b>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;(สสวท.) เป็นประธานในพิธีต้อนรับและแสดงความยินดีกับคณะผู้แทนประเทศไทย จำนวน&nbsp;8&nbsp;คน จากการเข้าร่วมการแข่งขันการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ประจำปี พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&ndash;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2569&nbsp;ณ เมื่องปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี&nbsp;โดย<b>เยาวชนไทยสามารถสร้างผลงานยอดเยี่ยม คว้า&nbsp;</b><b>1&nbsp;เหรียญทอง&nbsp;1&nbsp;เหรียญเงิน&nbsp;2&nbsp;เหรียญทองแดง และ&nbsp;4&nbsp;เกียรติคุณประกาศ</b><b>&nbsp;</b>สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศชาติ พิธีต้อนรับจัดขึ้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี<b>นางสาวรัชดา ยาตรา</b>&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายโอลิมปิกวิชาการและอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ สสวท. รวมถึงคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองร่วมต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>&nbsp;สำหรับผู้แทนไทยที่ได้รับรางวัล</b>&nbsp;ได้แก่&nbsp;<b>นายสิรวิชญ์ มุสิกะโสภณ</b>&nbsp;โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ได้<b>เหรียญทอง</b>&nbsp;<b>นายภัทรภณ ธนพิทักษ์</b>&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้<b>เหรียญเงิน</b>&nbsp;<b>นายชยพล นนทสูติ</b>&nbsp;โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และ<b>นายพุฒิธร วิบูลย์เจริญกิจจา</b>&nbsp;โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ได้<b>เหรียญทองแดง</b>&nbsp;ขณะที่<b>นายอังกูร ธนาสิทธิกุล</b>&nbsp;โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย&nbsp;<b>นายปัณณ์ เจนกุลประสูตร</b>&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา&nbsp;<b>นายณัฐธร ทองวงศ์</b>&nbsp;โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และ<b>นายธนินท์รัฐ อาขุบุตร</b>&nbsp;โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้<b>รางวัลเกียรติคุณประกาศ</b><b></b></p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ คณะผู้บริหารจาก สสวท. มูลนิธิ สอวน. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ยังร่วมรับมอบธงเจ้าภาพการแข่งขัน&nbsp;APhO 2027&nbsp;ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีถัดไป สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของไทยในการจัดเวทีวิชาการระดับนานาชาติ ร่วมส่งกำลังใจและติดตามข่าวสารโอลิมปิกวิชาการได้ทาง&nbsp;Facebook:&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057857341280" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Olympic IPST</a>&nbsp;และเว็บไซต์&nbsp;<a href="https://olympic.ipst.ac.th/?utm_source=chatgpt.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank">olympic.ipst.ac.th</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026052752ede6480990f63ee9fa337e6d1ed7a7094616.jpg' type='image/jpg' length='53912' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[    คปภ. ติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลางต่อภาคประกันภัยไทยอย่างใกล้ชิด ขอประชาชนเชื่อมั่นฐานะการเงินธุรกิจยังแข็งแกร่ง พร้อมใช้ Stress Test ประเมินความเสี่ยงเชิงรุก]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506865</link>
<guid isPermaLink="false">310b17ad13b00443ee6622962dbfbf28</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านราคาพลังงาน ความผันผวนของตลาดทุนและตลาดการเงินโลก ตลอดจนต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผ่านมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินมาตรการติดตามเชิงรุกและประเมินผลกระทบต่อภาคธุรกิจประกันภัย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและรักษาเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทยได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกผ่านหลายช่องทาง ทั้งด้านราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน ภาวะตลาดการเงินโลก และความผันผวนของตลาดทุน ซึ่งอาจส่งผ่านมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทยในหลายมิติ ทั้งด้านรายได้ที่อาจชะลอตัว ต้นทุนค่าสินไหมทดแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าซ่อมแซม และค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน สภาพคล่อง และต้นทุนการประกันภัยต่อจากผลกระทบของตลาดประกันภัยต่อโลก (Global Reinsurance Market) ซึ่งมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะคัดเลือก รับความเสี่ยงเข้มงวดขึ้น (Selective Hardening)</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ประเมินว่า แนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจประกันภัยไทยในปี 2569 อาจมีการเติบโต ของเบี้ยประกันภัยรวมชะลอลงจากประมาณการเดิม จากแรงกดดันของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่อ่อนแอลง และความผันผวนของตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความตระหนักด้านสุขภาพของประชาชน แม้อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านค่ารักษาพยาบาลและต้นทุนเวชภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ในด้านฐานะความมั่นคงทางการเงิน ภาคธุรกิจประกันภัยไทยโดยรวมยังคงมีความมั่นคงและสามารถรองรับความผันผวนจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกได้ โดยข้อมูล ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) อยู่ที่ร้อยละ 442.4 และ 367.2 ตามลำดับ ซึ่งยังสูงกว่าระดับ ที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ที่ร้อยละ 140 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของฐานะเงินกองทุนของภาคธุรกิจประกันภัยไทย และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ในระดับที่เหมาะสม</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบต่อฐานะความมั่นคงของ ภาคธุรกิจประกันภัยภายใต้สถานการณ์จำลอง (Internal Stress Test Scenario) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยครอบคลุมความเสี่ยงจากการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร การลดลงของมูลค่าตราสารทุน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนค่าสินไหมทดแทน รวมถึงผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยสงครามและตลาดประกันภัยต่อ จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยผลการทดสอบสะท้อนว่า บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยส่วนใหญ่ยังคงมีระดับเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์การกำกับดูแลอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการทดสอบด้านสภาพคล่อง (Liquidity Test) ทั้งในระยะสั้นและระยะกลางถึงระยะยาว ซึ่งผลการประเมินพบว่า ภาพรวมบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับภาระผูกพัน และสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ในระดับที่เหมาะสม โดยในระยะต่อไป สำนักงาน คปภ. จะยังคงติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมี ความไม่แน่นอนสูงและอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ภาวะตลาดทุน ต้นทุนการรับประกันภัย ตลอดจนโครงสร้างของตลาดประกันภัยต่อโลก ซึ่งมีแนวโน้มคัดเลือกรับความเสี่ยงเข้มงวดขึ้นและส่งผลต่อต้นทุนการรับประกันภัยต่อ โดยอาจส่งผ่านมายังแนวโน้มการดำเนินธุรกิจประกันภัยไทยในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การขนส่งทางทะเล การบิน พลังงาน ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะ ตลาดการเงิน</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;&ldquo;สำนักงาน คปภ. ขอยืนยันว่า ระบบประกันภัยไทยยังคงมีความมั่นคงแข็งแกร่งและสามารถรองรับความผันผวน จากปัจจัยภายนอกได้ โดยขอให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยมั่นใจว่า บริษัทประกันภัยไทยยังมีฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่อง อยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานการกำกับดูแลอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพในการรองรับความเสี่ยงและความสามารถ ในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จะดำเนินมาตรการติดตามเชิงรุก วิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (Stress Test) และติดตามบริษัทประกันภัยที่มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทย เสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัย และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันภัยสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป&rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202605270165cee5170cf96225aef2a24c118c01094257.jpg' type='image/jpg' length='17506' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ยูนิโคล่ ภายใต้โปรเจกต์ PEACE FOR ALL ร่วมกับเซฟ เดอะ ชิลเดรน เปิดตัวกิจกรรม  สร้างแรงบันดาลใจด้านอาชีพเพื่อเสริมสร้างศักยภาพเยาวชน ในโครงการ ACHIEVE (อาชีพ)]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506861</link>
<guid isPermaLink="false">e5647c8000e5b169d6b6bd4f3a8b1c91</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b><i>กรุงเทพฯ</i></b>&nbsp;(<b><i>26</i></b><b><i>&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2569)&nbsp;</i></b><b>&ndash;&nbsp;ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก&nbsp;</b>นำกำไรจากการจำหน่ายเสื้อยืดสันติภาพใน<b>โปรเจกต์&nbsp;</b><b>PEACE FOR ALL</b>&nbsp;เพื่อใช้สนับสนุนการสร้างอาชีพให้กับเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ผ่านการร่วมมือกับมูลนิธิ&nbsp;<b>เซฟ เดอะ ชิลเดรน (</b><b>Save the Children Thailand)&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ACHIEVE&nbsp;(อาชีพ)&nbsp;เสริมพลังเยาวชน มุ่งสู่ความยั่งยืน&nbsp;</b>เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนในชุมชนคลองเตยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือประกอบอาชีพอิสระได้ในอนาคต</p>

<p>หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพ โดยยูนิโคล่ ร่วมกับพนักงานจากร้านยูนิโคล่ เทอร์มินอล21&nbsp;อโศก จำนวน&nbsp;32&nbsp;คน และเซฟ เดอะ ชิลเดรน ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานจริงจากพนักงานยูนิโคล่ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;28&nbsp;คน</p>

<p>ภายในงาน เยาวชนได้ทำความรู้จักกับอาชีพต่าง ๆ ผ่านการเล่นเกม รวมถึงรับฟังการแนะนำหน้าที่ความรับผิดชอบในบริษัทยูนิโคล่ นอกจากนี้ พนักงานยังได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว รวมถึงมุมมอง และเป้าหมายในการทำงาน กิจกรรมนี้จัดขึ้นด้วยความมุ่งหวังให้เยาวชนในโครงการได้เปิดมุมมองด้านการประกอบอาชีพ และเกิดแรงบันดาลใจในการตามความฝันของตนเอง ในขณะเดียวกันยังมีการจัดกิจกรรม&nbsp;RE.UNIQLO Workshop&nbsp;ดัดแปลงเสื้อผ้าเก่าใช้แล้วเป็นกระเป๋าผ้าใหม่ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องความยั่งยืน และการใช้ประโยชน์จากเสื้อผ้าให้ยาวนานมากขึ้น</p>

<p>โครงการ&nbsp;ACHIEVE (อาชีพ) เสริมพลังเยาวชน มุ่งสู่ความยั่งยืน เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้เยาวชนจำนวนมากขาดโอกาสทางการศึกษาและขาดทักษะในการประกอบอาชีพ โดยข้อมูลจาก&nbsp;UNICEF&nbsp;ในปี&nbsp;2023&nbsp;พบว่ามีเยาวชนไทยช่วงอายุ&nbsp;15&ndash;24&nbsp;ปี ถึง&nbsp;1.4&nbsp;ล้านคน ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาหรือการทำงาน (NEET)<sup>1</sup>&nbsp;ขณะที่ข้อมูลจากผู้ว่าฯ กทม. ในปี&nbsp;2568&nbsp;ระบุว่ามีเด็กในกรุงเทพฯ หลุดออกจากระบบการศึกษามากกว่า&nbsp;92,000&nbsp;คน<sup>2</sup>&nbsp;ยูนิโคล่จึงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ และได้นำรายได้จากการจำหน่ายเสื้อยืดการกุศล&nbsp;PEACE FOR ALL&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ล้านเยน บริจาคให้กับ เซฟ เดอะ ชิลเดรน เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพให้แก่เยาวชนในชุมชนคลองเตยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่โปรเจกต์&nbsp;PEACE FOR ALL&nbsp;นำเงินบริจาคมาสนับสนุนด้านการสร้างอาชีพในประเทศไทยโดยเฉพาะ</p>

<p>เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคงให้กับเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมุ่งเน้นทั้งการพัฒนาทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิตควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำอย่างยั่งยืน โครงการนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เด็ก ๆ มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือเริ่มต้นประกอบอาชีพอิสระตามความถนัดในอนาคต ช่วยให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น</p>

<p>สำหรับแผนการดำเนินงานได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับเยาวชนอายุ&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;ปี ในชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม&nbsp;300&nbsp;คน ภายในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี (พ.ศ.&nbsp;2568&nbsp;-&nbsp;2571)&nbsp;ซึ่งในปีแรกมีเยาวชนเข้าร่วมแล้วกว่า&nbsp;100&nbsp;คน โดยทุกคนจะได้รับการดูแลภายใต้กรอบการพัฒนาที่ครบวงจร ตั้งแต่การอบรมทักษะสายอาชีพ การเสริมสร้างทักษะชีวิตที่จำเป็น การให้คำปรึกษาแนะแนวอาชีพอย่างใกล้ชิด ตลอดไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ได้ฝึกงานเพื่อสร้างประสบการณ์จากสภาพแวดล้อมการทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งการทำงานได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน</p>

<p>ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย ทั้ง&nbsp;PEACE FOR ALL<b>&nbsp;</b>ได้ที่&nbsp;<a href="https://www.uniqlo.com/th/th/special-feature/peace-for-all" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.uniqlo.com/th/th/special-feature/peace-for-all</a><b>&nbsp;</b>และโครงการRE.UNIQLO&nbsp;ได้ที่&nbsp;<a href="https://www.uniqlo.com/th/re-uniqlo/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.uniqlo.com/th/re-uniqlo/</a><b></b><b></b></p>

<p>&nbsp;</p>

<p align="center"># # # # #</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202605272ad7378cd1ff5fd77f6b3c9c765f63dd093902.jpg' type='image/jpg' length='73233' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[VNU Asia Pacific และ คณะเทคโนโลยีอาหาร ชีวภาพ และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทย]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506857</link>
<guid isPermaLink="false">63fa8b94b5ae14663a0bb497a40dcceb</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย (25 พฤษภาคม 2569) &mdash; VNU ASIA PACIFIC และ Theophane Venard School of Food Biotechnology and Innovation, Assumption University of Thailand (FBI ABAC) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อประกาศความร่วมมือในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารระดับโลก พร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร และแนวคิดใหม่ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต</p>

<p>ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงความเป็นผู้นำด้านวิชาการและงานวิจัยของ FBI ABAC เข้ากับ Bio+ HealthTech INTERNATIONAL &mdash; เวทีสำคัญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีสุขภาพของ VNU ASIA PACIFIC ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ ไบเทค กรุงเทพฯ โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันผลักดันการแข่งขัน Future Food Innovation Junior Competition 2026 ให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานในปี 2026 เพื่อสร้างเวทีที่เปิดโอกาสให้นักนวัตกรรมอาหารรุ่นใหม่ได้พบกับผู้นำในอุตสาหกรรม</p>

<h2>วิสัยทัศน์ร่วมเพื่ออนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทย</h2>

<p>อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญ โดยโอกาสในอนาคตอยู่ที่การยกระดับจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม FBI ABAC มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ และได้รับความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ VNU Asia Pacific มีศักยภาพในการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านแพลตฟอร์มนิทรรศการชั้นนำระดับเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นสะพานสำคัญระหว่างนวัตกรรมทางวิชาการและโอกาสทางธุรกิจ</p>

<h2>ยกระดับนวัตกรรมสู่เวทีจริงในงาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026</h2>

<p>หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือการร่วมกันผลักดันให้งาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026 เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบนิเวศด้านอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทย โดยการแข่งขัน Future Food Innovation Junior Competition ซึ่งจัดและบริหารโดย FBI ABAC จะจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายน 2569 ภายในงาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ เพื่อสร้างสีสัน แนวคิดใหม่ และกระแสความน่าสนใจในการบรรจบกันของวิทยาศาสตร์อาหาร และนวัตกรรม</p>

<p><img alt="Image" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/01bd465a-f3f7-48f7-98c6-d89e00790b22/public" /></p>

<p><i>&quot;Bio+ HealthTech INTERNATIONAL ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งอนาคต ความร่วมมือกับ FBI ABAC คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของเป้าหมายดังกล่าว การนำนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน คือการเชื่อมโยงเยาวชนผู้มีศักยภาพของประเทศไทยเข้ากับผู้นำอุตสาหกรรม นักวิจัย และนักลงทุน ที่สามารถช่วยต่อยอดแนวคิดให้เกิดขึ้นจริงได้&quot;</i></p>

<p><b>&mdash; คุณ&nbsp;รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ, General Manager, VNU Exhibitions Asia Pacific</b></p>

<p><i>&quot;บันทึกความเข้าใจฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราว่า นวัตกรรมต้องได้รับการบ่มเพาะตั้งแต่ระดับเยาวชน และต้องได้รับการเชื่อมโยงอย่างกว้างขวาง งาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL เป็นเวทีระดับโลกที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา และนักวิจัยของเราได้แสดงศักยภาพของอนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทย เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ VNU ASIA PACIFIC ในการทำให้วิสัยทัศน์นี้ให้ได้เกิดขึ้นจริง และแสดงให้โลกเห็นว่า นวัตกรรมอาหารสำคัญครั้งต่อไปจะถือกำเนิดจากประเทศไทย&quot;</i></p>

<p><b>&mdash; Rev. Bro. Sirichai Fonseka, f.s.g., Ph.D., President, Assumption University of Thailand</b><b></b></p>

<p><img alt="Image" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7e54da29-fd4a-4aa7-8ace-0fa6eee17adb/public" /></p>

<h2>สร้างความร่วมมือระยะยาว</h2>

<p>บันทึกความเข้าใจที่ลงนามเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ ถูกวางรากฐานเพื่อสร้างความร่วมมือระยะยาว โดยทั้งสองฝ่ายมีแผนขยายความร่วมมือในอนาคต ทั้งด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในงาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL ในปีต่อ ๆ ไป</p>

<p>นอกจากนี้ ทีมที่ได้รับรางวัลทั้ง 4 ทีมจากการแข่งขันปี 2026 ยังจะได้เป็นตัวแทนเข้าสู่เวทีนานาชาติในงาน ICSAF Food Innovation 2026 เพื่อยกระดับศักยภาพและเสียงของประเทศไทยในเวทีนวัตกรรมอาหารระดับโลก</p>

<p>การแข่งขัน Future Food Innovation Junior Competition 2026 เปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถส่งใบสมัคร และวิดีโอรอบคัดเลือกได้จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 ภายในงาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ</p>

<h2>เกี่ยวกับ Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026</h2>

<p>Bio+ HealthTech INTERNATIONAL คืองานนิทรรศการชั้นนำของประเทศไทยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีสุขภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จัดร่วมกับงาน Thailand LAB INTERNATIONAL และ Future CHEM International โดย VNU Asia Pacific งานนี้ได้เชื่อมโยงผู้นำ นักวิจัย และผู้ประกอบการจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2&ndash;4 กันยายน 2569 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ</p>

<p>รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการ:&nbsp;<a href="https://u28592666.ct.sendgrid.net/ls/click?upn=u001.bXvCGiB3sv8IrFCz1WqPhkfywKAx-2F2xpL6dU-2FN3p-2F8xUYN6SVJkRthPuL5g0Vm5Yxde-_NJ12L4-2FoStwp0m0s0T66vq0YFu6rSbCSsKbxL7UmoBGa9bwRkJ06uBGsqu2vc4PZ4vNK-2BV4LqcSx-2F8jRqbkQL9qF22w0Ov4vnVa91zIYo79h7vvgVQfAwi-2FGZuK-2FexKcQW3BwFMzPSL5Pki0IgeZxu5BwtrbFHYMdJxbL24fn6RV5mvl2-2Brh-2BpMelDUz0fsps8iJB-2FEnD8TyTSn7nOgnyltc4j42XYS9FrhHUrFf0ZM-3D" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Bio+ HealthTech INTERNATIONAL</a></p>

<p><strong>Contact</strong></p>

<p>Thanita Sumranjit, Assistant Marketing &amp; Communication Manager Email:&nbsp;</p>

<p><a href="mailto:thanita@vnuasiapacific.com" rel="noopener noreferrer" target="_blank" title="mailto:thanita@vnuasiapacific.com">thanita@vnuasiapacific.com</a></p>

<p>, Tel: +66 (0) 2 111 6611 Ext. 333</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260527db6b7713e9289ac1873be0d4fa313864093710.png' type='image/png' length='1075460' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[BWG เปิดมิติใหม่วงการอุตสาหกรรม! นำทัพสมุทรสาครเจาะลึกกฎหมายกากฯ ดันเป้า "Zero Waste" สู่ความยั่งยืนเต็มรูปแบบ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506855</link>
<guid isPermaLink="false">13e40d90735ef43904879b0b65b9d47d</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางกระแสการดำเนินธุรกิจที่ทั่วโลกต่างมุ่งเน้นความยั่งยืน &quot;การจัดการของเสีย&quot; จึงไม่ใช่แค่เพียงทางเลือก แต่เป็นแต้มต่อสำคัญและข้อบังคับทางกฎหมายที่ทุกโรงงานต้องตระหนัก บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ&nbsp;BWG&nbsp;ในฐานะผู้นำด้านการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจรของไทย จึงขออาสาเป็นผู้นำในการติดอาวุธทางความรู้ให้กับผู้ประกอบการ โดยได้จัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ภายใต้หัวข้อ &ldquo;Zero Waste&nbsp;ถอดรหัส พ.ร.บ. จัดการกากอุตสาหกรรม&rdquo; เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2569&nbsp;ณ โรงแรมแกรนด์ อินเตอร์ โฮเทล จังหวัดสมุทรสาคร ที่ผ่านมา</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; งานนี้เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมการทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เคยซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงและปฏิบัติได้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยสามารถบริหารจัดการของเสียได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยปิดประตูความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่ยังเป็นการติดปีกให้ผู้ประกอบการสามารถนำโมเดล&nbsp;Zero Waste&nbsp;หรือการจัดการขยะเหลือศูนย์ไปต่อยอดใช้จริงในโรงงาน เพื่อปรับตัวรับกับเทรนด์สิ่งแวดล้อมโลกได้อย่างทันท่วงที แถมยกทัพบริษัทในเครือร่วมออกบูธกิจกรรมและยังให้บริการรับปรึกษาด้านการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เพื่อมอบโซลูชันที่เหมาะสมและตอบโจทย์ทุกความต้องการของแต่ละโรงงานได้อย่างตรงจุด</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพื่อให้การถอดรหัสกฎหมายในครั้งนี้สมบูรณ์แบบที่สุด เวทีสัมมนาจึงได้รับการเติมเต็มจากกูรูภาครัฐตัวจริงที่มาร่วมไขข้อข้องใจแบบหมดเปลือก นำทัพโดย คุณเอกบุตร อุตมพงศ์ นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ คุณพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ที่สนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการในจังหวัดเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ซึ่งได้ร่วมชี้เป้าแนวทางปฏิบัติและกฎหมายที่ชัดเจน พร้อมแชร์ความรู้และเคสตัวอย่างที่โรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำไปทำตามได้ทันที แถมยังมีเวทีเสวนาถกปัญหาของสมุทรสาครแบบเจาะลึก ตอกย้ำการแก้ปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบทิ้ง และการสร้างต้นแบบโรงงานที่ได้มาตรฐานในพื้นที่สมุทรสาคร</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่าความสำเร็จและเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากการสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย พร้อมกันนี้ขอขอบคุณวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการทุกท่านที่มาร่วมกันแสดงพลัง เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่อนาคตสีเขียวและร่วมสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแท้จริง</p>

<p align="center">*******************</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026052706cc0dd437f83569edbe6ca5723b38c4093324.jpg' type='image/jpg' length='117524' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP ปลุกพลังทุกโอกาสทางธุรกิจให้ไปต่อ ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026  โชว์ศักยภาพธุรกิจครบวงจร พร้อมผลักดันพันธมิตร–ผู้ประกอบการ–แบรนด์คุณภาพ สู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506853</link>
<guid isPermaLink="false">dd54c66dec2d26e1d9b848b1a12113ff</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>กรุงเทพฯ (</b><b>27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2569) &ndash; กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;เดินหน้าตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยในงาน&nbsp;THAIFEX &ndash; Anuga Asia 2026&nbsp;ภายใต้แนวคิด &ldquo;ปลุกพลังทุกโอกาสทางธุรกิจให้ไปต่อ&rdquo; (Energizing Your Opportunities Forward)&nbsp;สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การพัฒนาสินค้า การผลิตมาตรฐานสากล เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการและพันธมิตรทางธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันแบรนด์ไทย ผู้ประกอบการไทย ให้ไปต่อได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลก</b></p>

<p><b>นายแอนดราส โดนาวร์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจ&nbsp;</b><b>TCP</b>&nbsp;กล่าวว่า &ldquo;ตลอดระยะเวลา&nbsp;70&nbsp;ปี กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรเพียงลำพัง แต่เกิดจากการสร้าง&nbsp;ecosystem&nbsp;ที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ประกอบการ คู่ค้า หรือแบรนด์ไทยรุ่นใหม่ ๆ ที่ต้องการขยายโอกาสสู่ตลาดโลก แนวคิด&nbsp;<b>&lsquo;</b><b>Energizing Your Opportunities Forward&rsquo;&nbsp;</b>ในปีนี้ จึงสะท้อนบทบาทของกลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ในฐานะองค์กรที่พร้อมสนับสนุนทุกโอกาสทางธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้ ผ่านความแข็งแกร่งทั้งด้านแบรนด์ การกระจายสินค้า และการผลิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว&rdquo;</p>

<p>ภายในงาน&nbsp;<b>THAIFEX &ndash; Anuga Asia 2026</b>&nbsp;กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;นำเสนอศักยภาพธุรกิจแบบครบวงจรผ่าน&nbsp;3&nbsp;แกนสำคัญ ได้แก่ การสร้างแบรนด์ การกระจายสินค้า และการผลิตมาตรฐานสากล</p>

<p><b>&ldquo;ปลุกพลัง สร้างโอกาสนำแบรนด์คุณภาพ ให้ไปต่อ&rdquo;</b><b></b></p>

<p>ในมิติของการสร้างแบรนด์ กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;นำเสนอความแข็งแกร่งของ&nbsp;<b>&ldquo;</b><b>House of Great Brands&rdquo;</b>&nbsp;ผ่านพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มที่ครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ อาทิ<b>&nbsp;สปอนเซอร์</b>&nbsp;สปอร์ตดริงก์อันดับหนึ่งของไทยที่ยังคงต่อยอดการเติบโตในตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ เช่น&nbsp;<b>สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก</b>&nbsp; และ&nbsp;<b>สปอนเซอร์ กลิ่นแตงโม</b>&nbsp;อีกหนึ่งแบรนด์ที่คนทั่วโลกนิยมมายาวนานอย่าง&nbsp;<b>เรดบูล</b>&nbsp;ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด คือ&nbsp;<b>เรดบูล คอฟฟี่</b>&nbsp;สะท้อนการต่อยอดนวัตกรรมของแบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงานสู่ผู้บริโภคที่ต้องการทั้งพลังงานและประสบการณ์รสชาติใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน&nbsp;<b>ผลิตภัณฑ์&nbsp;</b><b>Hi x DHC</b>&nbsp;ก็สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม ฟังก์ชันนัลดริงก์ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและฟังก์ชันการดูแลร่างกายที่มากขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ ภายในบูธยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากตลาดต่างประเทศ อาทิ&nbsp;<b>วอริเออร์&nbsp;</b>เครื่องดื่มเอเนอร์จี้โซดาสำหรับคนรุ่นใหม่ในประเทศเวียดนาม ที่ให้ความสดชื่นจากรสผลไม้ และ&nbsp;<b>สปอนเซอร์</b>&nbsp;ซึ่งมีการวางจำหน่ายในหลายตลาด อาทิ แอฟริกาใต้ พม่า ลาว และอีกหลายทวีปทั่วโลก สะท้อนศักยภาพของแบรนด์คุณภาพในการขยายตลาดสู่ระดับโลก ผ่านการพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ</p>

<p>และอีกหนึ่งสีสันภายในบูธปีนี้ คือ แบรนด์&nbsp;<b>&ldquo;</b><b>TWO DOUBLE EIGHT CAF&Eacute;&rdquo;</b>&nbsp;Specialty Coffee &amp; Tea&nbsp;คาเฟ่มินิมอล ธุรกิจน้องใหม่จากกลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;เสนอศาสตร์แห่งการดื่มที่สัมผัสถึงประสบการณ์&nbsp;Drinkology&nbsp;มีบริการจัดเลี้ยงเสิร์ฟทั้งที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล</p>

<p><b>&ldquo;ปลุกพลัง สร้างโอกาสขยายธุรกิจ ให้ไปต่อ&rdquo;</b><b></b></p>

<p>สิ่งสำคัญของการสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการมีสินค้า แต่คือการเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และพัฒนาแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละตลาดได้จริง ซึ่งเป็นแนวคิดที่กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือ การนำเสนอศักยภาพด้านการกระจายสินค้าและการขยายธุรกิจ ผ่าน&nbsp;Durbell&nbsp;บริษัทในกลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย การตลาด และระบบกระจายสินค้าครบวงจร ครอบคลุมกว่า&nbsp;200,000&nbsp;ร้านค้าทั่วประเทศ กับ&nbsp;2&nbsp;ศูนย์กระจายสินค้าหลักและ&nbsp;22&nbsp;สำนักงานสาขา สามารถส่งสินค้าได้ทั่วประเทศภายในเวลาเฉลี่ย&nbsp;24-26&nbsp;ชั่วโมง</p>

<p>ภายในงาน&nbsp;Durbell&nbsp;ยังเปิดพื้นที่ให้คู่ค้าและผู้ประกอบการได้เข้ามาพูดคุย สอบถาม และรับคำปรึกษาด้านการขายการกระจายสินค้า รวมถึงแนวทางการขยายธุรกิจจากทีมผู้เชี่ยวชาญโดยตรง นำเสนอเทคโนโลยีบริหารจัดการการขา แบบ&nbsp;Real-time&nbsp;ทั้งระบบติดตามสต๊อกสินค้า ระบบจัดการคำสั่งซื้อ และเครื่องมือสนับสนุนทีมขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารธุรกิจ พร้อมเปิดกว้างในการร่วมงานกับผู้ประกอบการรายใหม่ ผ่านการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เครือข่ายการจัดจำหน่าย และโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ เพื่อร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>

<p><b>&ldquo;ปลุกพลัง สินค้าและผู้ประกอบการ ให้ไปต่อ&rdquo;</b><b></b></p>

<p>กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ยังนำเสนอความพร้อมในการให้บริการด้าน&nbsp;OEM&nbsp;และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์หรือขยายกำลังการผลิต โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยสนับสนุนทั้งด้านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพ การผลิต และการบริหารจัดการด้านการอนุญาตและการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความพร้อมด้านมาตรฐานการผลิตระดับสากล ผ่านโรงงานและระบบการผลิตที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การจัดเก็บสินค้า โลจิสติกส์ ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ โดยสามารถรองรับการผลิตเครื่องดื่มได้หลากหลาย</p>

<p>&ldquo;เราเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจจะเติบโตได้ดีที่สุด เมื่อทุกฝ่ายสามารถสร้างคุณค่าร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ผู้ประกอบการ คู่ค้า หรือผู้บริโภค ซึ่งกลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;พร้อมใช้ความแข็งแกร่งที่เราสั่งสมมาตลอดหลายทศวรรษ เพื่อร่วมปลุกพลังทุกโอกาสทางธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&rdquo;&nbsp;<b>นายแอนดราส</b>&nbsp;กล่าวปิดท้าย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p align="center">#&nbsp;#&nbsp;# # #</p>

<p><b>เกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจ&nbsp;</b><b>TCP</b></p>

<p>กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ประกอบด้วยบริษัท&nbsp;<b>ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด</b>&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าของกลุ่มธุรกิจ&nbsp;<b>บริษัท เดอเบล จำกัด</b>&nbsp;ดูแลการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มและแบรนด์อื่น ๆ&nbsp;<b>บริษัท ที.จี. เวนดิ้ง แอนด์ โชว์เคส อินดัสทรีส์ จำกัด</b>&nbsp;เป็นเจ้าของและบริหารจัดการตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติสำหรับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มและแบรนด์อื่น ๆ ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;มีพนักงานกว่า&nbsp;5,000&nbsp;คน ในประเทศไทยและทั่วโลก</p>

<p>ผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของ กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยและทั่วโลก ประกอบด้วย&nbsp;6&nbsp;กลุ่มผลิตภัณฑ์รวม&nbsp;10&nbsp;แบรนด์ คือ<b>กลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน</b>&nbsp;คือ กระทิงแดง เรดบูล เรดดี้ โสมพลัส และวอริเออร์&nbsp;<b>กลุ่มเครื่องดื่มสปอร์ตดริงก์</b>&nbsp;คือ สปอนเซอร์&nbsp;<b>กลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ดริงก์</b>&nbsp;คือ แมนซั่ม และไฮ่&nbsp;X DHC&nbsp;<b>กลุ่มเครื่องดื่มชาพร้อมดื่ม</b>&nbsp;คือเพียวริคุ และริคุ&nbsp;<b>ผลิตภัณฑ์เมล็ดทานตะวัน</b>&nbsp;คือ ซันสแนค และ<b>กลุ่มหัวเชื้อเครื่องดื่ม&nbsp;</b>คือ เรดบูลรสดั้งเดิม</p>

<p>กลุ่มธุรกิจ&nbsp;TCP&nbsp;ดำเนินธุรกิจภายใต้<b>กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน &ldquo;</b><b>TCP Sustainability&rdquo;</b>&nbsp;ขับเคลื่อนผ่าน&nbsp;4&nbsp;เสาหลัก ได้แก่&nbsp;<b>นวัตกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน การรับมือและปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ การดูแลน้ำอย่างรับผิดชอบ และพลังชุมชนและคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;</b>โดยมี<b>การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ&nbsp;</b>ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการกำกับการดำเนินงานขององค์กรในทุกมิติ พร้อมกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนในแต่ละด้านอย่างชัดเจน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร&nbsp;<b>&ldquo;ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า&rdquo;</b></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p align="center">&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260527a90a9ca6e7ba6f6c0e7c9ab58adebfc4093147.JPG' type='image/jpg' length='359294' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Crest School ขยายพื้นที่การเรียนรู้ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Beyond The Classroom” รับดีมานด์ครอบครัวยุคใหม่ หลังยอดนักเรียนโตต่อเนื่องก้าวกระโดด]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/506850</link>
<guid isPermaLink="false">8dbca7b0dbfed8fa64f0c811d7acb2e8</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>Crest School ศูนย์การเรียนแนว Modern School ภายใต้การดูแลของ LEARN Corporation&nbsp;<br />
ซึ่งจัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยหลักสูตรนานาชาติ เดินหน้าขยายพื้นที่การเรียนรู้โซนใหม่บนชั้น 12 อาคาร MBK Tower เพื่อตอบรับการเติบโตของจำนวนนักเรียนและความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาสถาบันการศึกษาซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่ยังมุ่งพัฒนาวิธีคิด ความมั่นใจ และทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อและการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่</p>

<p>Crest School ศูนย์การเรียนรู้ที่ออกแบบการเรียนให้สอดคล้องกับศักยภาพ ความสนใจ และเป้าหมายเฉพาะบุคคลของผู้เรียน ผ่านการผสานทั้งหลักสูตรนานาชาติ การเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย การสร้าง Portfolio และการค้นหาเส้นทางอาชีพเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การทำโปรเจกต์ การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาในบริบทจริง เพื่อส่งเสริมทั้งทักษะทางวิชาการและ Future Skills ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ภายใต้แนวคิด &ldquo;Beyond The Classroom&rdquo; ที่เชื่อว่าการเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง เติบโตอย่างมั่นใจ และสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โลกจริงและอนาคตได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>

<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Crest School ได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักเรียนเติบโตขึ้นกว่า 160% ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี และทำให้ศูนย์การเรียนต้องขยายพื้นที่การเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อรองรับรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของครอบครัวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านวิชาการ วิธีคิด และการเติบโตของผู้เรียนในระยะยาว โดยพื้นที่โซนใหม่ถูกออกแบบและแบ่งออกเป็น 4 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Makerspace: พื้นที่เรียนรู้แบบ Hands-on สำหรับการคิด วิเคราะห์ และเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานจริง<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Performance Room: พื้นที่พัฒนาทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ และความมั่นใจในการแสดงออก<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;STEAM Lab: ห้องเรียนแบบ Project-based Learning ที่บูรณาการวิทย์-เทคโนโลยี-วิศวกรรม-ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน<br />
&bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Scholars&rsquo; Hall: พื้นที่สำหรับการเรียนรู้เชิงวิชาการ การค้นคว้า และการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักเรียนและครูผู้สอน<br />
นางสาวณัชชา พลาพิภัทร ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เครสต์สคูล กล่าวว่า &ldquo;เราเห็นชัดว่าผู้ปกครองยุคใหม่ไม่ได้มองหาการศึกษาที่วัดกันแค่คะแนน แต่ต้องการสถานที่ที่ช่วยให้ลูกเติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องการเรียน ความมั่นใจ และทักษะการใช้ชีวิตจริง พื้นที่ใหม่ของ Crest School จึงถูกออกแบบให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การทำโปรเจกต์ และการค้นหาความถนัดของตัวเองมากขึ้น เพื่อให้การเรียนรู้สามารถเชื่อมต่อกับโลกจริงและอนาคตที่เขาจะต้องเติบโตเข้าไปได้จริง&rdquo;</p>

<p>ด้าน นายโทนี่ คันธาภัสระ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &ldquo;การศึกษาในวันนี้ ผู้ปกครองไม่ได้มองหาเพียงโรงเรียนที่มีผลสอบดี แต่กำลังมองหาระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการค้นหาตัวตนและเติบโตอย่างมั่นใจ เพราะในอนาคต เด็กที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่เด็กที่สอบเก่งที่สุด แต่คือเด็กที่เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเก่ง สื่อสารเป็น และมีความสุขกับการเรียนรู้ เราเชื่อว่าการขยายพื้นที่ครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการลงมือทำและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน พร้อมต่อยอดแนวคิด Beyond The Classroom ให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติ&rdquo;</p>

<p>สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมใหม่ สามารถลงทะเบียนเข้าเยี่ยมชม Crest School ได้ที่ https://go.crestschool.ac.th/XFqVzP &nbsp;หรือโทร. 065-954-3645,&nbsp;<br />
เว็บไซต์ www.crestschool.ac.th &nbsp;และ LINE: @crestschool (lin.ee/e3wlFWz)<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202605273f2ca2fb6d3eb49426ed736a268963e3092830.jpg' type='image/jpg' length='374640' />
</item>
</channel>
</rss>
