<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวภาครัฐ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/508060</link>
<guid isPermaLink="false">2e1a728dee785e34023a64479da54b9d</guid>
<pubDate>Sat, 30 May 2026 14:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="💠" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tbb/1/16/1f4a0.png" width="16" />เนื่องในวันวิสาขบูชา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า</p>

<p><img alt="🟨" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2/1/16/1f7e8.png" width="16" />&ldquo;ดิถีวิสาขบูชา คล้ายดิถีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง จึงควรที่พุทธบริษัททั้งหลาย จักได้พร้อมเพรียงกันประกอบกุศลกิจ กระทำสักการบูชาพระรัตนตรัย ทั้งด้วยอามิสบูชา ทั้งด้วยปฏิบัติบูชา เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการศึกษาพระธรรม ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวก ซึ่งแปลว่าผู้สดับตรับฟังคำสั่งสอนของพระศาสดา</p>

<p><img alt="🟨" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2/1/16/1f7e8.png" width="16" />วันวิสาขบูชา เตือนใจให้ระลึกถึงพระประสูติกาลของพระโพธิสัตว์เจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาโปรดประทานมรรควิธีเพื่อความดับทุกข์แห่งสังสารวัฏ พระอาสภิวาจาของพระโพธิสัตว์ที่ทรงประกาศในวันประสูตินั้นมีความว่า &ldquo;เราคือผู้เลิศของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีกต่อไป&rdquo; ทั้งนี้ หากพุทธบริษัททั้งหลายได้พินิจตรึกตรองพระอาสภิวาจาอันองอาจโดยถ่องแท้ อาจสามารถน้อมนำมาเตือนใจตนเอง ให้ตระหนักถึงคุณค่าของโอกาสในชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ สามารถพัฒนาตนด้วยความขยันหมั่นเพียร ในอันที่จะสั่งสมคุณสมบัติเพื่อความสำเร็จตามเหตุปัจจัย แล้วจักสามารถนำความสำเร็จที่มั่นใจได้แล้วนั้น ไปยังประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นได้อย่างกว้างขวาง ตามรอยพระบาทของสมเด็จพระบรมศาสดา ผู้ทรงสั่งสมพระบารมีด้วยพระหฤทัยตั้งมั่นมาทุกชาติภพ เท่าทบยาวนานถึงสี่อสงไขยแสนกัป ประเมินนับเป็นตัวเลขคำนวณเหนือคณนา กระทั่งทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อบันดาลประโยชน์เกื้อกูลสรรพสัตว์ ได้สมพระพุทธประสงค์</p>

<p><img alt="🟨" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2/1/16/1f7e8.png" width="16" />พระพุทธจริยาการดั่งนี้ ย่อมสั่งสอนเราทั้งหลายให้ไม่ย่อท้อต่อความเพียรหมั่นสั่งสมกรรมดี แม้มีโลกธรรมนานัปการมากระทบกระทั่ง หากยังดำรงศรัทธามั่นต่ออุดมการณ์อันสุจริตของตนเสมอไป สมด้วยธรรมภาษิตที่ว่า &ldquo;กยิรา เจ กยิราเถนํ&rdquo; แปลความว่า &ldquo;ถ้าบุคคลจะพึงทำความเพียร พึงทำความเพียรนั้นจริง ๆ&rdquo; จึงขอให้สาธุชนทั่วหน้า จงเพ่งมองความเป็นเลิศในโลกของพระมหาบุรุษตามที่ทรงประกาศไว้ในดิถีเพ็ญเดือนวิสาขะ เพื่อเพิ่มพูนกุศลฉันทะ ก่อแรงบันดาลใจสำหรับสร้างสรรค์ตนเอง เพื่อความเป็นเลิศด้วยบุญกุศล ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ให้ทวียิ่งขึ้นสืบไป</p>

<p><img alt="🟨" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2/1/16/1f7e8.png" width="16" />ขอสาธุชนจงมุ่งมั่นหมั่นเพียรศึกษาอบรมตนให้เจริญงอกงามในพระพุทธธรรม ตั้งปณิธานอุทิศชีวิตบูชาพระรัตนตรัยด้วยการบริจาคทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อย่าได้ย่อหย่อนหรือท้อแท้ต่ออุปสรรคและปัญหา อันนับเป็น &ldquo;ปฏิบัติบูชา&rdquo; ที่พึงกระทำในฐานะพุทธบริษัท เพื่อความสถาพรแห่งพระบวรพุทธศาสนา ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260530d4dbfe35f935806e9247626cac7b7d66143849.jpg' type='image/jpg' length='67369' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ต่างชาติสนลงทุนพลังงานสะอาดไทย รัฐชูความพร้อมนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน EEC ดีมานด์จากภาคอุตสาหกรรม ดันฐานลงทุนสีเขียวของภูมิภาค]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/508029</link>
<guid isPermaLink="false">69ee734c4fdd396fbec318f62b07990b</guid>
<pubDate>Sat, 30 May 2026 11:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เห็นสัญญาณความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติต่อธุรกิจพลังงานสะอาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนฝรั่งเศสและนำเสนอศักยภาพของไทยต่อภาคเอกชนยุโรปหลายเวที</p>

<p>ปัจจุบันพลังงานสะอาดและความยั่งยืนยังเป็นธีมหลักของอุตสาหกรรมโลก นักลงทุนไม่ได้มองเพียงต้นทุนการผลิต แต่ให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน ระบบโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และความพร้อมของประเทศปลายทางในการรองรับอุตสาหกรรมใหม่</p>

<p>น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในการพบนักลงทุน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาค ทั้งด้านพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมขั้นสูง โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และมีระบบโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทาน และแรงงานรองรับการลงทุน</p>

<p>ทั้งนี้ ไทยมีความพร้อมหลายด้าน ทั้งนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น มาตรการอำนวยความสะดวกการลงทุนผ่าน Thailand FastPass และการเร่งปรับกฎระเบียบให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดตามมาตรฐานสากล ประกอบกับมีความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งต้องลดคาร์บอนและใช้พลังงานที่ตรวจสอบได้ เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันในตลาดส่งออก</p>

<p>นอกจากนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ดำเนินนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเข้ามาในประเทศไทย ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวคิดที่จะผลักดันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับโครงการเศรษฐกิจสีเขียว AI และพลังงานสะอาด เช่น ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วย</p>

<p>&quot;ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่าไทยต้องใช้จังหวะนี้ดึงการลงทุนคุณภาพเข้าประเทศ ซึ่งพลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่เป็นเงื่อนไขใหม่ของอุตสาหกรรม การค้า และการจ้างงานในอนาคตด้วย&rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164620">https://www.thaigov.go.th/th/news/164620</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026053014a561da2e099eeec3707193bf971b31112342.jpeg' type='image/jpg' length='67051' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเผย บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/508023</link>
<guid isPermaLink="false">f481ce81b89bbeaa3be74d72d6fd82f0</guid>
<pubDate>Sat, 30 May 2026 11:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมติเห็นชอบข้อเสนอสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย เรื่องขอปรับปรุงอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยใช้งบประมาณ&nbsp;&nbsp;ที่ประหยัดได้จากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันมาบริหารจัดการ ทั้งนี้ การปรับลดอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันไม่ได้กระทบคุณภาพการรักษา แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับราคายาที่ลดลง โดยหลังผ่าตัดเดือนที่ 13-24 ปรับจาก 20,000 บาทต่อเดือน เป็น 18,000 บาทต่อเดือน และหลัง 24 เดือนขึ้นไป ปรับจาก 15,000 บาทต่อเดือน เป็น 13,000 บาทต่อเดือน ซึ่งส่วนนี้ทำให้สามารถนำงบที่ประหยัดได้กลับมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน</p>

<p>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สาระสำคัญของมติ คือ ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนผ่าตัดสำหรับผู้รับบริจาค จาก 30,000 บาทต่อราย เป็น 40,000 บาทต่อราย และสำหรับผู้บริจาคที่มีชีวิต จาก 40,000 บาทต่อราย เป็น 45,000 บาทต่อราย ขณะเดียวกัน ปรับค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นเหมาจ่าย 600,000 บาทต่อราย และปรับค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็กเป็น 660,000 บาทต่อราย สำหรับการปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะกลางและระยะสุดท้าย ได้ปรับจากเดิมที่เหมาจ่ายรวมค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาคและค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 600,000 บาทต่อราย เป็นการแยกจ่ายให้ชัดเจน ได้แก่ ค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาค 200,000 บาทต่อราย และค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 660,000 บาทต่อราย เพื่อสะท้อนภาระบริการที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มการชดเชยค่ารักษาในกรณีผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalovirus : CMV) ซึ่งมักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ โดยกำหนดอัตราชดเชยสำหรับการป้องกันและรักษาการติดเชื้อ CMV จำนวน 180,000 บาทต่อราย และกรณีตรวจพบเชื้อ CMV ในกระแสเลือด จำนวน 40,000 บาทต่อราย จากเดิมที่ยังไม่มีรายการชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้ครอบคลุมมากขึ้น</p>

<p>&ldquo;การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นบริการสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรง เด็กที่จำเป็นต้องปลูกถ่ายตับ และผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย การปรับอัตราจ่ายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขเบิกจ่าย แต่เป็นการเสริมความมั่นคงของระบบบริการ ทำให้หน่วยบริการสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระต้นทุนที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงได้อย่างเป็นธรรม&rdquo;นางสาวพลอยทะเล ย้ำ</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164621">https://www.thaigov.go.th/th/news/164621</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260530028fb8aa4a3afd0d6e2e4d05c811cfce110436.jpeg' type='image/jpg' length='103165' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ไทยช่วยไทย พลัส” ปิดลงทะเบียนวันสุดท้าย 5 วัน ทำยอดกว่า 26 ล้านราย ชวนร้านค้าร่วมโครงการ มีแอพ “นกกระซิบ” ยกระดับความรู้ธุรกิจ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/508021</link>
<guid isPermaLink="false">0a16cb3622ae079924711fea2e957250</guid>
<pubDate>Sat, 30 May 2026 11:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ณ เวลา 22.05 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายหลังปิดระบบลงทะเบียนโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)&rdquo; มีประชาชนลงทะเบียน 26.04 ล้านราย สะท้อนการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของรัฐบาล ขณะที่ร้านค้าทั่วประเทศตอบรับเข้าร่วมโครงการอย่างคึกคัก เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง</p>

<p>ขณะที่ร้านค้าใหม่ยังสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และผ่านการอนุมัติแล้ว สามารถกดรับข้อตกลงและเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ได้ทันที</p>

<p>นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเปิดใช้งาน AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; เพื่อเพิ่มทักษะการค้าขายยุคดิจิทัล (Upskill) ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต๊อกสินค้า และประเมินสุขภาพทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ถือเป็น &ldquo;พลัส&rdquo; ที่รัฐบาลเพิ่มเข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164619">https://www.thaigov.go.th/th/news/164619</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026053062ff4f7610dc19e96e369c9296539f7d110232.jpeg' type='image/jpg' length='189699' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้าลดภาระค่าครองชีพ ดัน MRT 4 สาย เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” รัฐช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 ผ่านแอป “เป๋าตัง”]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/508019</link>
<guid isPermaLink="false">d512a666ef4deb06c9e19bda42076689</guid>
<pubDate>Sat, 30 May 2026 10:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (30 พ.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา&nbsp;&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดภาระค่าครองชีพและรักษากำลังซื้อของประชาชน โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู เข้าร่วมโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้ประชาชน และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างสะดวก ปลอดภัย และประหยัด</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการสามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 โดยรัฐบาลร่วมจ่ายค่าโดยสารในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนชำระเอง 40% วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการลดปัญหาการจราจรและมลพิษในเมือง โดยผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ผ่านแอป &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานีของรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ระหว่างเวลา 06.00 &ndash; 23.00 น. พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพและสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสร้างความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนทุกกลุ่ม</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164617">https://www.thaigov.go.th/th/news/164617</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026053097fac2a150d90941fbb553853790cac0105912.jpeg' type='image/jpg' length='95689' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดรามา “นมโรงเรียน” จบแน่นอน รัฐบาลยืนยันเด็กได้ดื่มครบทุกพื้นที่ภายในสัปดาห์หน้า กำชับ อ.ส.ค. เร่งส่งนมให้กับพื้นที่ที่ตกค้าง ขอให้เชื่อมั่นเด็กนักเรียนจะได้ดื่มนมครบ 260 วัน ตามโครงการอย่างแน่นอน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/508018</link>
<guid isPermaLink="false">1ae629e78c0c6d803a65807744c98c8b</guid>
<pubDate>Sat, 30 May 2026 10:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (30 พ.ค. 69)ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสข่าวเรื่องการจัดส่งนมโรงเรียนล่าช้าในบางพื้นที่หลังเปิดภาคเรียนใหม่ว่า ในเรื่องนี้ ทางรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และได้รับคำชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การจัดสรรสิทธิโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนในภาพรวมนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับเรียบร้อยแล้ว ทั้งในกลุ่มพื้นที่ 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 ทั้งหมดได้รับการจัดสรรสิทธิเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกลุ่มที่จัดสรรสิทธิล่าช้าคือ พื้นที่ 1 (จังหวัดสระบุรี) เพิ่งจัดสรรสิทธิเสร็จเมื่อวาน<br />
&nbsp;</p>

<p>สำหรับสาเหตุที่ยังมีบางโรงเรียนไม่ได้รับนมโรงเรียน ก็เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งในแต่พื้นที่ ยังรอการจัดสรรสิทธิเพิ่มเติม เพราะยังไม่มีคู่สัญญา ซึ่งในประเด็นนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เข้าไปจัดส่งนมให้แก่โรงเรียนทุกแห่งก่อนเป็นการชั่วคราวในช่วง 20 วันแรก เพื่อรับประกันว่าเด็กนักเรียนจะมีนมดื่มอย่างต่อเนื่องและไม่ขาดช่วง ส่วนกรณีที่ที่หน่วยจัดซื้อ อปท. บางแห่งยังไม่ได้จัดทำสัญญา และกำลังรอตัวเลขนักเรียนย้ายเข้า-ออกให้ชัดเจนก่อนนั้น ในเรื่องนี้ได้แจ้งให้ อ.ส.ค. ประสานงานร่วมกับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายย่อย เพื่อจัดส่งนมให้แก่นักเรียนไปก่อนล่วงหน้าแล้ว แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการปรับปรุงยอดจำนวนนักเรียนก็ตาม<br />
&nbsp;</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ในทุกกลุ่มพื้นที่ มียืนยันการจัดสรรสิทธิจากอนุกรรมการฯ พื้นที่ มีการรายงานผลการจัดสรรสิทธิให้คณะกรรมการอาหารเสริมนมโรงเรียน และประกาศลงเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้โรงเรียนที่รอการจัดสรรสิทธิเพิ่มเติม&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการฯ ได้สั่งการให้ อ.ส.ค. เข้าไปส่งนมในพื้นที่ที่รอการจัดสรรเพิ่มเติม และพื้นที่ที่มีการสอบข้อเท็จจริง รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์แล้ว คาดว่าจะสามารถจัดส่งนมโรงเรียนได้ครบถ้วนทุกเขตพื้นที่ภายในสัปดาห์หน้านี้ โดยรัฐบาลยืนยันว่า กระบวนการจัดสรรสิทธิและส่งนมโรงเรียนจะเป็นไปอย่างโปร่งใสตามหลักเกณฑ์ และให้ความสำคัญกับประโยชน์ของเด็กนักเรียนเป็นอันดับแรก&nbsp;&nbsp;และให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่าเด็กนักเรียนจะได้ดื่มนมครบ 260 วัน ตามโครงการอย่างแน่นอน</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164616">https://www.thaigov.go.th/th/news/164616</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260530e3d8ab8f01ecbccc4a1545d9d991b27d105731.jpeg' type='image/jpg' length='107380' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จับมือ กรมประชาสัมพันธ์ ปิดฉาก “RPK Live Creators”เจียระไน ๗๒ เพชรเม็ดงาม สู่ครีเอเตอร์ยุค AI ร่วมสื่อสารเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/507822</link>
<guid isPermaLink="false">9f481e4c9ad0fbb5e6e73400226fcab3</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 15:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรและพิธีปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการพัฒนาการผลิตคลิปวิดีโอสั้นผ่านช่องทางออนไลน์ &ldquo;RPK Live Creators : ราชประชาฯ ซุปตาร์ติดเลนส์&rdquo; โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และคณะผู้บริหารร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องบุษบงกช A โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานคร</p>

<p>โครงการพัฒนาการผลิตคลิปวิดีโอสั้นผ่านช่องทางออนไลน์ดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และกรมประชาสัมพันธ์ จัดขึ้น ๕ วัน ระหว่างวันที่ ๒๕ &ndash; ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัล และเป็นการปูทางสู่อาชีพนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับมืออาชีพ ที่สามารถสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงเพื่อดูแลตนเองและครอบครัว &nbsp; โดยมีผู้เข้าอบรม ทั้งสิ้น ๑๘ ทีม รวม ๗๒ คน ซึ่งแบ่งเป็นคุณครู ๑๘ ท่าน และนักเรียน ๕๔ คน จาก ๑๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั่วประเทศ ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๒ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (๒ ทีม), โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา (๓ ทีม), โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๘ จังหวัดยโสธร, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จังหวัดภูเก็ต, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๐ จังหวัดปัตตานี (๒ ทีม), โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๐ จังหวัดขอนแก่น, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๕ จังหวัดตาก, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๗ จังหวัดเพชรบูรณ์, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๘ จังหวัดนนทบุรี, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๖๒ จังหวัดเชียงราย (๒ ทีม) และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๖๖ จังหวัดนราธิวาส (๒ ทีม) &nbsp;</p>

<p>ในโอกาสนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี กล่าวให้โอวาทและปิดการอบรมความตอนหนึ่งว่า เยาวชนจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์มีศักยภาพที่จะก้าวทันโลกดิจิทัล สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ทั้งด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งโครงการนี้ได้สอนให้รู้จักนำเสนอ &ldquo;ตัวตน&rdquo; ของตนเองอย่างมีคุณค่า นำเสนอความเป็นนักเรียนราชประชานุเคราะห์ออกสู่สายตาสังคมได้อย่างสง่างาม</p>

<p>ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมฯ ทั้ง ๑๘ ทีม จะได้รับทุนสนับสนุนในการผลิตผลงาน เพื่อเตรียมผลิตการไลฟ์สดให้คณะกรรมการพิจารณาตัดสิน ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ และจะมีพิธีมอบเงินรางวัลพร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร รวมมูลค่า ๓๐,๐๐๐ บาท ในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์</p>

<p>#มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ #กรมประชาสัมพันธ์ #RPKLiveCreators #ราชประชาฯซุปตาร์ติดเลนส์ &nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202605299d9f0ca01c6baeea195d7bc76c5250f6150417.jpg' type='image/jpg' length='511450' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลลดภาระค่าเดินทางประชาชน เปิดใช้ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ขึ้นรถไทย สมายล์ บัส เริ่ม 23 เส้นทางแล้ว ตั้งเป้าครบ 124 เส้นทางภายใน 15 วัน คาดผู้โดยสารเพิ่ม 2.5 แสนคนต่อวัน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/507805</link>
<guid isPermaLink="false">79561f365ab3eb5b495efec2d320f94d</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 14:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดให้ผู้ถือ &ldquo;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&rdquo; สามารถใช้สิทธิ์เดินทางกับรถโดยสารไทย สมายล์ บัส ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า ระยะแรกเปิดให้บริการแล้วจำนวน 23 เส้นทาง ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนทยอยขยายให้ครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากยิ่งขึ้น</p>

<p>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับรถโดยสารไทย สมายล์ บัส ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลมีเป้าหมายลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชน ผ่านโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo;</p>

<p>&ldquo;ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแตะผ่านเครื่อง EDC บนรถโดยสารได้ทันที ไม่ต้องใช้เงินสด และสามารถเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากขึ้น&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>

<p>ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังไม่สามารถใช้สิทธิ์กับรถไทย สมายล์ บัส ได้ เนื่องจากต้องพัฒนาระบบรองรับเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศประมาณ 14 ล้านคน และอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 500,000 คน ซึ่งสามารถใช้วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเต็มรูปแบบ</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเส้นทางเดินรถโดยสารให้เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะในภาพรวม</p>

<p>สำหรับ 23 เส้นทางแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิ์ อาทิ รังสิต&ndash;อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตลาดไท&ndash;อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สมุทรปราการ&ndash;เอกมัย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย&ndash;สนามไชย อ้อมใหญ่&ndash;ท่าราชวรดิฐ และสายเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น</p>

<p>ด้านไทย สมายล์ บัส ระบุว่า บริษัทได้ลงทุนติดตั้งระบบรองรับทั้งหมดเอง ทั้งเครื่อง EDC เครื่องอ่านบัตร และระบบหลังบ้าน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รองรับรถโดยสารกว่า 2,000 คัน และใช้เครื่องอ่านบัตรมากกว่า 3,000 เครื่อง เนื่องจากบางเส้นทางเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p>ปัจจุบันไทย สมายล์ บัส มีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 300,000 คนต่อวัน และคาดว่าหลังเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 250,000 คนต่อวัน จากกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังเข้าไม่ถึงระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบัน</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญในชีวิตประจำวัน พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงง่าย สะดวก ปลอดภัย และเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164598">https://www.thaigov.go.th/th/news/164598</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260529c1caca847df250dacc82a12337b4c3ff144316.jpg' type='image/jpg' length='94040' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ศุภมาส" ดัน "กองทุนสื่อปลอดภัยฯ" ผนึก "กรมประชาสัมพันธ์-อสมท" หนุนดีอี เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน-ยกระดับกำกับแพลตฟอร์ม ปกป้องเด็กเยาวชนจากคอนเทนต์ขยะ ภัยร้ายบนโลกออนไลน์]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/507729</link>
<guid isPermaLink="false">5b13568e5211c3c4bb52fa728e5690ed</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 13:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &nbsp;ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงบทบาทในการสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ภายหลังร่วมเสวนาสาธารณะออนไลน์ครั้งที่ 1 หัวข้อ แพลตฟอร์มกับความรับผิดชอบไลฟ์สายดาร์ก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสำนักข่าว The Reporters สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่ไลฟ์สดอนาจารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างความกังวลให้สังคมในวงกว้าง<br />
<br />
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีไลฟ์สดอนาจารเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะบนแพลตฟอร์มเดียวกันยังมีทั้งการพนันออนไลน์ที่แทรกในคอนเทนต์เด็ก การนำภาพและเสียงของบุคคลที่มีชื่อเสียงไปตัดต่อด้วย AI เพื่อหลอกลงทุน ข่าวปลอม การกลั่นแกล้ง ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง และโฆษณาเกินจริง ซึ่งล้วนกระทบต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง<br />
<br />
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลพื้นที่ออนไลน์ให้ปลอดภัยเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยการบังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลแพลตฟอร์ม มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ อสมท และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมถึงเป็นประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนและบูรณาการทำงานร่วมกัน<br />
<br />
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนสั่งการให้สำนักงานกองทุนฯ เร่งศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ ทั้งแนวทางที่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาบนระบบของตนเอง ควบคู่กับการศึกษากฎหมายภายในประเทศไทยที่มีอยู่ เพื่อหาช่องว่างและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายให้เท่าทันภัยออนไลน์ต่อไป<br />
<br />
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กองทุนฯ จะเดินหน้าทำงานเชิงรุก โดยไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงตามแก้ แต่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการสนับสนุนและผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ดีให้มีพื้นที่ยืนได้จริง สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศสื่อที่ปัจจุบันถูกแย่งพื้นที่ด้วยคอนเทนต์ขยะ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ให้เด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้รู้จักแยกแยะ กลั่นกรอง และไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์<br />
<br />
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สร้างเครือข่ายภาคประชาชน สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังสื่อและร่วมผลิตเนื้อหาเชิงบวก ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท เป็นหน่วยเตือนภัย ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเร่งตอบโต้ข่าวปลอม ส่วนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้กำกับดูแลโฆษณาที่หลอกลวงและเกินจริง เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งระบบ<br />
<br />
&quot;ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก ไม่เชื่อ ไม่แชร์ ไม่กดไลก์ ไม่มีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เมื่อพบเห็นให้กดรายงานทันที เพราะการกดไลก์หรือแชร์ต่ออาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย หากพบภัยออนไลน์แจ้งสายด่วน 1441 และกรณีโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค ร้องเรียนสายด่วน สคบ. 1166&quot; นางสาวศุภมาส กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260529577f8675ae926dcb534063ce4afe0ef8131546.jpg' type='image/jpg' length='85880' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส” กระแสตอบรับแรงต่อเนื่อง ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 26.2 ล้านราย]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/507728</link>
<guid isPermaLink="false">d1c31880e0882c2ccc3663334f77ffd2</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 13:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ร้านค้าพร้อมใช้ทะลุ 6.5 แสนรายทั่วประเทศ</h3>

<p>วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากทั้งประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ภายหลังเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 26,207,092 ราย และลงทะเบียนสำเร็จได้รับสิทธิแล้ว 25,480,764 ราย</p>

<p>ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 18,840,065 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ขณะที่เป็นผู้ลงทะเบียนรายใหม่จำนวน 6,640,699 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการเข้าถึงสิทธิของประชาชนกลุ่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า หากจำแนกตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 31&ndash;45 ปี เป็นกลุ่มที่ลงทะเบียนสำเร็จมากที่สุด จำนวนกว่า 8.2 ล้านราย รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 46&ndash;60 ปี จำนวน 7.2 ล้านราย และกลุ่มอายุ 21&ndash;30 ปี จำนวน 4.7 ล้านราย ขณะที่เมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า ผู้หญิงลงทะเบียนสำเร็จจำนวน 14.3 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 56 และผู้ชายจำนวน 11.2 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 44</p>

<p>ในส่วนของร้านค้า ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 1,029,161 ราย โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,025,038 ราย และมีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้วกว่า 652,980 ราย</p>

<p>ทั้งนี้ ร้านอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นกลุ่มกิจการที่เข้าร่วมมากที่สุด จำนวน 581,210 ราย รองลงมา ได้แก่ ร้านค้าทั่วไปและอื่น ๆ 270,732 ราย ร้านธงฟ้า 160,611 ราย ร้าน OTOP 10,571 ราย รวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะและขนส่งมวลชนสาธารณะอีกกว่า 1,900 ราย</p>

<p>สำหรับการกระจายตัวในระดับภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุด จำนวน 199,900 ราย คิดเป็นร้อยละ 19 รองลงมา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 153,581 ราย ภาคใต้ 150,333 ราย ภาคกลาง 132,881 ราย และภาคตะวันออก 108,124 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่น และธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ</p>

<p>&ldquo;ตัวเลขการลงทะเบียนทั้งในส่วนประชาชนและร้านค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อมาตรการของรัฐบาล และแสดงให้เห็นว่าประชาชนและผู้ประกอบการพร้อมเข้าร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260529011fbac19cf1dbb44b3f512966cee552131453.jpg' type='image/jpg' length='92988' />
</item>
</channel>
</rss>
