<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ทันข่าว]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/33</link>
<atom:link href="https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/33" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเร่งบริหารจัดการน้ำ–ช่วยเหลือประชาชน สถานการณ์หลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น พร้อมเฝ้าระวังฝนหนัก 9–12 ต.ค.]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548794</link>
<guid isPermaLink="false">c7b2e5387c64952789ddfa5a4905293a</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 13:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา เเละ นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และนายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ร่วมแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้</p>

<p>นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันความกดอากาศสูงเริ่มแผ่ลงมาและเคลื่อนจากด้านตะวันออกไปทางตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้ในช่วงวันนี้และวันพรุ่งนี้ภาคใต้ยังคงมีฝนตก ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน จึงยังมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่</p>

<p>สำหรับพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 9 - 12 ตุลาคม 2569 ได้แก่</p>

<p>- วันที่ 9 ตุลาคม บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันออก<br />
- วันที่ 10 ตุลาคม ครอบคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้&nbsp;<br />
- วันที่ 11 ตุลาคม ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดตาก ภาคกลางบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคตะวันตกบริเวณจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรี โดยจังหวัดเพชรบุรีมีแนวโน้มฝนตกมากเป็นพิเศษ<br />
- วันที่ 12 ตุลาคม ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตก แต่ปริมาณฝนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่แต่ไม่ถึงระดับฝนตกหนักมาก ขณะที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ยังคงมีฝนตก</p>

<p>ด้านนายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยังคงมีฝนตกกระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ถนนสายหลักบางแห่งมีน้ำท่วมสูง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยง ได้แก่ ถนนฉลองกรุง บริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณแยกเมืองมีน และถนนลาดกระบัง บริเวณแยกจระเข้น้อย ขณะที่พื้นที่ลาดกระบัง มีน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักเมื่อวานนี้ กรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว ส่วนพื้นที่มีนบุรี หนองจอก สะพานสูง และสายไหม ได้เดินเครื่องสูบน้ำและเปิดประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมและเร่งระบายน้ำ</p>

<p>ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ claim.bangkok.go.th แล้วกว่า 56,000 ราย โดย 3 เขตที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ และสายไหม ส่วนความช่วยเหลือที่ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน และค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ</p>

<p>ทั้งนี้ กทม. เพิ่มจุดบริการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอีก 22 แห่ง จากเดิม 50 สำนักงานเขต รวมเป็น 72 แห่ง เปิดให้บริการลงทะเบียนเวลา 10.00 - 16.00 น. พร้อมอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร โดยกรณีไม่สามารถนำเอกสารมายืนยันได้ สำนักงานเขตจะดำเนินการสอบปากคำหรือจัดทำ ปค.14 เพื่อใช้ประกอบการลงทะเบียนต่อไป</p>

<p>ด้านนายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำจากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และน่าน ขณะนี้เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล ยังสามารถรองรับน้ำได้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง ทั้งนี้ การระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนจะควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด โดยระบายเท่าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการเกษตรของประชาชน</p>

<p>สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา วันนี้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลอยู่ที่ประมาณ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานประมาณ 30&ndash;40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สถานการณ์และแนวโน้มโดยรวมเริ่มดีขึ้น โดยกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำด้วยการทำสมดุลระหว่างปริมาณน้ำด้านเหนือ ด้านข้าง และด้านท้าย เพื่อควบคุมระดับน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเดิม 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทยอยลดการระบายตั้งแต่เวลา 08.00 น. และจะมีการปรับลดเพิ่มเติมในช่วงเวลา 13.00 น.</p>

<p>แนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดการระบายน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำลดลงอีกประมาณ 10&ndash;25 เซนติเมตร และมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ สำหรับน้ำในส่วนนี้จะไหลผ่านพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทย โดยจะบริหารจัดการไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและพื้นที่สำคัญจนได้รับผลกระทบ และระบายออกสู่อ่าวไทยโดยตรง</p>

<p>สำหรับพื้นที่ภาคตะวันตก ในลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงต่อจากนี้ กรมชลประทานจึงได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนแม่กลอง เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น โดยในพื้นที่อำเภอไทรโยคมีน้ำล้นตลิ่งในบางจุด</p>

<p>วันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนแม่กลองมีการระบายอยู่ที่ประมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสาคร มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานประมาณ 40&ndash;50 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณน้ำที่จะเพิ่มเข้ามาจะส่งผลกระทบในระดับใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนในรอบนี้น้อยกว่ารอบก่อน</p>

<p>สำหรับภาคตะวันตกและพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี กรมชลประทานยังคงควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยระบายน้ำประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่หน้าเขื่อนเพชรอยู่ที่ประมาณ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเขื่อนมีศักยภาพรองรับน้ำได้ประมาณ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของศักยภาพการรองรับ ปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเพชรเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ศักยภาพของลำน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรีสามารถรองรับได้ถึง 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่เขตเมืองเพชรบุรีจากการระบายน้ำในขณะนี้</p>

<p>พื้นที่ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี สำหรับแม่น้ำนครนายก สถานการณ์ในพื้นที่ตอนบนเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริเวณตอนล่างในพื้นที่อำเภอองครักษ์ ปริมาณน้ำค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำทะเลและปริมาณน้ำจากฝั่งปราจีนบุรีที่ไหลมาบรรจบกัน</p>

<p>สำหรับลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่พื้นที่จังหวัดสระแก้วและจังหวัดปราจีนบุรีตอนบน ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะไหลลงมายังพื้นที่ตัวเมืองปราจีนบุรี ซึ่งขณะนี้แนวโน้มระดับน้ำเริ่มลดลง แต่เป็นการลดลงอย่างช้า ๆ</p>

<p>ในส่วนของทุ่งรับน้ำ ได้แก่ ทุ่งท่าแหและทุ่งบางปะกงปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำอยู่ในพื้นที่ โดยจะทยอยระบายออกตามระบบชลประทาน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่ระบายลงมาอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม และอำเภอเมือง โดยอาจทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากขณะนี้ยังได้รับอิทธิพลจากภาวะน้ำทะเลหนุน อย่างไรก็ตาม หลังจากระดับน้ำทะเลเข้าสู่ช่วงขาลง สถานการณ์มีแนวโน้มที่จะเริ่มดีขึ้น</p>

<p>ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพเรือและกรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเรือผลักดันน้ำเข้าติดตั้งในพื้นที่ เพื่อเร่งการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยคาดว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายและดีขึ้นเป็นลำดับ</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169858">https://www.thaigov.go.th/th/news/169858</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202610079894076614070a200ef1b7244a227e4e135003.jpeg' type='image/jpg' length='161263' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เดินหน้า “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับ–กักเก็บน้ำทั่วประเทศ หนุนศึกษาพื้นที่รอบ กทม. รับน้ำหลาก–สำรองใช้หน้าแล้ง]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548760</link>
<guid isPermaLink="false">580087b5f127247d02326683c0651444</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 12:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า โครงการแก้มลิงเป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารจัดการน้ำ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มพื้นที่รองรับและกักเก็บน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับน้ำในช่วงน้ำหลาก และเก็บกักไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงข้อเสนอการพัฒนาโครงการแก้มลิงในพื้นที่รอบกรุงเทพมหานครว่า ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาว่า ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่สามารถดำเนินโครงการดังกล่าวได้หรือไม่ หากสามารถดำเนินการได้ รัฐบาลพร้อมดำเนินการสนับสนุน สำหรับโครงการแก้มลิงและการเก็บกักน้ำทั่วประเทศ กรมชลประทานมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว โดยร่วมมือกับจังหวัดและท้องถิ่นต่าง ๆ และรัฐบาลพร้อมสนับสนุน</p>

<p>นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ควรมุ่งเพียงการเร่งระบายน้ำเมื่อมีปริมาณน้ำมาก แต่ควรสร้างแหล่งน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ โดยในช่วงน้ำหลาก หากสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยมีงบประมาณที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าว พร้อมเดินหน้าการเพิ่มพื้นที่รองรับและกักเก็บน้ำให้เกิดประโยชน์ทั้งในช่วงน้ำหลากและช่วงฤดูแล้ง</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169853">https://www.thaigov.go.th/th/news/169853</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20261007d20f5f0696a75c3b0adc4d10cd173bbb121930.jpg' type='image/jpg' length='178284' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รองโฆษกฯ ลลิดา อัปเดตสถานการณ์น้ำ หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย เตือนพื้นที่เสี่ยงรับฝนเพิ่ม 10 - 12 ต.ค.]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548759</link>
<guid isPermaLink="false">7d11c070861a081ec039c097592faacb</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 12:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูลอัปเดต ณ เวลา 08.00 น. ของวันนี้ มีพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี โดยระดับน้ำจะทยอยลดลง ขณะที่พื้นที่ชลบุรีและพนัสนิคม สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น</p>

<p>ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2569 ขณะที่จังหวัดปทุมธานี การระบายน้ำยังค่อนข้างช้า และมีน้ำบางส่วนมาจากทางองครักษ์ นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีด้วย</p>

<p>สำหรับสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือ วันนี้วัดปริมาณน้ำที่นครสวรรค์ได้ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในช่วงบ่ายจะเริ่มลดการระบายลงมาอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดการระบายลงชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที</p>

<p>ด้านลุ่มน้ำแม่กลอง ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีปริมาณฝนที่จะเข้ามาเติม รวมถึงต้องติดตามการระบายน้ำของเขื่อนอย่างใกล้ชิด ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง ในช่วงนี้มีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า จึงยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี</p>

<p>สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้มีน้ำท่วมขังบนถนนเหลืออยู่ 1 สาย อย่างไรก็ตาม จากฝนที่ตกหนักเมื่อวานนี้ วันนี้พบว่ามีถนนที่มีน้ำท่วมขังเพิ่มเป็น 3 สาย</p>

<p>สำหรับแนวโน้มฝนในช่วงวันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2569 วันนี้จะมีฝนมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยวันที่ 9 ตุลาคม จะมีฝนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ วันที่ 10 ตุลาคม มีฝนในทุกภาค โดยมีฝนตกหนักบริเวณตอนล่างของภาคใต้ ภาคตะวันตก และบริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง วันที่ 11 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคตะวันตก ขณะที่วันที่ 12 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และวันที่ 13 ตุลาคม ปริมาณฝนจะทยอยลดลง</p>

<p>ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัย การโอนเงินเยียวยาในวันศุกร์นี้ จะมีผู้ได้รับเงินจำนวน 10,453 ครัวเรือน ทั้งนี้ ดร.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงว่า ปภ. ได้ประสานความร่วมมือไปยังกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งส่งข้อมูลผู้ลงทะเบียนขอรับการเยียวยาอุทกภัย เพื่อให้ ปภ. ดำเนินการส่งต่อข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบได้ทันภายในสัปดาห์นี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี</p>

<p>ทั้งนี้ สถานะข้อมูลการลงทะเบียนที่ ปภ. ได้นำส่งให้ธนาคารออมสินแล้ว ณ เวลา 07.50 น. เพิ่มขึ้นอีก 9,842 ครัวเรือน ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว 5,742 ครัวเรือน และสมุทรปราการ 4,100 ครัวเรือน เมื่อรวมกับยอดข้อมูลการลงทะเบียนทั้งหมด คิดเป็นยอดรวมทั้งสิ้น 10,453 ครัวเรือน รวมเป็นเงินเยียวยา 94,077,000 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนภายในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้</p>

<p>ส่วนสถานะข้อมูลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; ณ วันนี้ เวลา 07.30 น. มีการรายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานคร 552,709 ครัวเรือน สมุทรปราการ 188,153 ครัวเรือน ปทุมธานี 161,594 ครัวเรือน ฉะเชิงเทรา 52,949 ครัวเรือน และนนทบุรี 45,102 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ. จะเร่งประสานงานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสินโดยเร็ว</p>

<p>โดยวานนี้ (วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเพิ่มเติมให้จังหวัดสมุทรสงครามเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยช่วงฤดูฝน ครัวเรือนละ 9,000 และ 7,000 บาท ในวงเงินที่ได้อนุมัติไปแล้วภายใต้วงเงิน 4,700 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง</p>

<p>สำหรับข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับการลงทะเบียน กรณีผู้เช่าบ้านที่ไม่ทราบรหัสบ้านตามทะเบียนบ้าน สามารถกรอกเพียง &ldquo;บ้านเลขที่&rdquo; ของบ้านที่เช่าได้ โดยระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ส่วนกรณีบ้านเลขที่เดียวแต่แบ่งเป็นห้องเช่าย่อยหลายห้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นห้องเช่าจริง มีผู้อยู่อาศัยจริง และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือน้ำล้อมรอบจริง ผู้เช่ามีสิทธิได้รับเงินเยียวยา โดยกรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบสภาพความเสียหายของแต่ละห้องเช่า เพื่อยืนยันสิทธิในการได้รับเงินเยียวยาต่อไป</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169850">https://www.thaigov.go.th/th/news/169850</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202610070a9c57014872db6510f7b572e1167d6a121729.jpg' type='image/jpg' length='161454' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ อนุทิน สั่งวางแผนระบายมวลน้ำข้ามจังหวัดแบบไร้รอยต่อ เตือนภาคใต้เร่งเตรียมการรับมือ พร้อมให้ ปภ. เร่งทำระบบเยียวยาประชาชน เผยอนุมัติจ่ายแล้ว 10,400 ครัวเรือนเป็นเงินกว่า 94 ล้านบาท]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548758</link>
<guid isPermaLink="false">4d155351c898e85de6de4c31990251b8</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 12:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) เวลา 08.15 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p>

<p>นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้บริหารสถานการณ์ร่วมกันมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและน้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีบางจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ขณะที่บางพื้นที่ยังต้องเตรียมรับมวลน้ำต่อเนื่องจากฝนที่ยังตกอยู่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ผ่านมาหลายวัน ประชาชนและเจ้าหน้าที่อาจเกิดความเหนื่อยล้า ขณะที่สภาพอากาศยังมีความไม่แน่นอน แต่ภาพรวมปริมาณน้ำส่วนใหญ่สามารถระบายออกไปได้แล้ว เหลือเพียงบางจังหวัดและบางพื้นที่ที่ยังมีอุปสรรคในการระบายน้ำ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนการระบายน้ำมาปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และจังหวัด</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกำชับว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไม่มองเฉพาะพื้นที่ของตนเอง แต่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียงที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน ขณะที่ระดับกระทรวงต้องทำหน้าที่ประสานข้อมูลภาพรวม เพื่อให้สามารถวางแผนระบายน้ำข้ามพื้นที่และนำมวลน้ำไปสู่แหล่งรับน้ำทั้งบนผืนดินและทะเลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน และประชุมระดับย่อยระหว่างวันก่อนรวบรวมข้อมูลเข้าสู่การประชุมใหญ่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยทหารและกรมชลประทาน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้การส่งต่อมวลน้ำระหว่างพื้นที่เป็นไปอย่างเชื่อมโยงและไร้รอยต่อ</p>

<p>สำหรับพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยนำบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่มาวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากหากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด อาจกระทบต่อซัพพลายเชนอาหารและน้ำดื่ม จึงต้องเร่งสร้างเครือข่ายรองรับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะ น้ำดื่ม ต้องเตรียมให้เพียงพอ พร้อมจัดถุงยังชีพให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยพื้นที่ที่ถูกตัดไฟให้เน้นอาหารสำเร็จรูปที่เปิดแล้วรับประทานได้ทันที ส่วนพื้นที่ที่ยังมีไฟฟ้าและน้ำประปาให้เน้นข้าวสารและอาหารแห้ง ทั้งนี้ให้ &ldquo;เข้าเร็ว ออกเร็ว&rdquo;</p>

<p>ด้านการเยียวยาประชาชน นายกรัฐมนตรีกำชับพื้นที่ที่สำรวจความเสียหายแล้วให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือมายัง ปภ. โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน รวมวงเงินประมาณ 94 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการตามหลัก First Come First Serve เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้ ปภ. เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลภายในให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนส่งรายชื่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำ โดยให้จังหวัดและอำเภอต้องเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ทั้งรายชื่อ เลขบัญชี จำนวนเงิน และการยืนยันว่าครัวเรือนมีตัวตนจริง โดยให้ Cross Check กันเองก่อนส่งมายัง ปภ. โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องไม่เพิ่มขั้นตอนหรือระยะเวลาในการทำงาน</p>

<p>สำหรับการประเมินสถานการณ์ของ บกปภ.ช. พบว่า ปริมาณฝนโดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้ แต่ต้องเฝ้าระวังภาคใต้เป็นพิเศษ เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนมากขึ้นในช่วงวันที่ 10&ndash;12 ตุลาคม 2569 ขณะที่วันที่ 9 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง</p>

<p>ส่วนสถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำ ภาพรวมมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กรมชลประทานจึงเตรียมพิจารณาปรับลดการระบายน้ำในระยะต่อไป สำหรับแม่น้ำแม่กลอง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงและส่งผลกระทบต่อพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม มีการปรับลดการระบายน้ำจากเดิมมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาอยู่ที่ระดับกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์และอาจปรับการระบายน้ำให้เหมาะสม</p>

<p>ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 82% ของความจุ โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนห้วยด่าน มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับเต็มหรือใกล้เต็มความจุ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงบ่ายของทุกวัน ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องถึงวันที่ 10 ตุลาคม</p>

<p>สำหรับกรณีสุกรตายประมาณ 2,000 ตัวในจังหวัดปราจีนบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการฝังกลบแล้วประมาณ 1,500 ตัว และจะเร่งดำเนินการส่วนที่เหลืออีกประมาณ 500 ตัวให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยดำเนินการตามมาตรการด้านสุขอนามัยและควบคุมเชื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อและลดปัญหากลิ่น</p>

<p>นายเอกภพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการอื่น ๆ หลังการหารือในที่ประชุม คือ<br />
1. เพิ่มมาตรการสร้างการรับรู้สู่ประชาชน ให้จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์เพิ่มการสื่อสารและทำความเข้าใจให้ประชาชนรับรู้ว่าเกิดสถานการณ์จากอะไร ภาครัฐกำลังดำเนินการอย่างไร ประชาชนควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อความปลอดภัย และสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางใด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและลดความกังวลจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์<br />
2. ป้องกันความขัดแย้ง ให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ ร่วมกันสแกนพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดความขัดแย้งจากการระบายน้ำหรือการทำคันกั้นน้ำ พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และป้องกันไม่ให้การบริหารจัดการน้ำกลายเป็นสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างพื้นที่<br />
3. วางแผนระบายมวลน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อ ให้จังหวัดที่มีสถานการณ์และมีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกันกำหนดแผนร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลและบูรณาการกับหน่วยทหารและกรมชลประทานในการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อส่งต่อมวลน้ำอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และลดผลกระทบต่อประชาชนในแต่ละพื้นที่</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169848">https://www.thaigov.go.th/th/news/169848</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026100763e95350e831a53a7f1dfb9c12d9c394121322.jpg' type='image/jpg' length='117182' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📌  ปภ. รายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 27 จังหวัด และ กทม. ผนึกกำลังทุกภาคส่วนรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ เร่งช่วยเหลือประชาชนพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548715</link>
<guid isPermaLink="false">733c672e91211147099abf29c6d6fdda</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 10:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (7 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน น่าน พะเยา ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรีสิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน รวมกรุงเทพมหานครประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน 3,160,972 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 7 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.) ได้แก่&nbsp;<br />
.<br />
ภาคเหนือ&nbsp;<br />
🔸จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย อ.ขุนยวม รวม 6 ตำบล 7 หมู่บ้าน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่แจ่ม อ.กัลยาณิวัฒนา อ.แม่ริม รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.ลำพูน เกิดน้ำท่วมในอำเภอบ้านโฮ่ง รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 &nbsp;ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.น่าน เกิดน้ำท่วมในอำเภอบ้านหลวง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.พะเยา เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ดอกคำใต้ รวม 6 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.ตาก เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สามเงา รวม 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 112 &nbsp;ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.นครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมใน 9 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.ตาคลี อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.โกรกพระ อ.หนองบัว รวม 73 ตำบล 345 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,995 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
.<br />
ภาคกลาง<br />
🔸จ.อุทัยธานี เกิดน้ำท่วม อ.เมืองฯ รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,220 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.ลพบุรี เกิดน้ำท่วม อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรพยา รวม 26 ตำบล 115 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,211 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว<br />
🔸จ.สิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองฯ รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,268 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ำท่วม 10 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช &nbsp;อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ รวม 107 ตำบล 933 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.กาญจนบุรี เกิดน้ำท่วม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี รวม 5 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วม 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.เมืองฯ อ.วิเศษชัยชาญ อ.สามโก้ อ.โพธิ์ทอง รวม 42 ตำบล 155 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,306 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.สระบุรี เกิดน้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองแค อ.วิหารแดง รวม 10 ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 518 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมใน 16 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.ท่าเรือ อ.ภาชี อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย อ.มหาราชรวม 205 ตำบล 1,371 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,633 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.พระประแดง อ.บางพลี อ.เมืองฯ อ.บางบ่อ อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.ปทุมธานี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา &nbsp;อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 246,818 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.นครปฐม เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นครชัยศรี อ.บางเลน อ.สามพราน &nbsp;รวม 54 ตำบล 412 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,488 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.ราชบุรี เกิดน้ำท่วมใน 9 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.บางแพ อ.เมืองฯ อ.ดำเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง รวม 69 ตำบล 444 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,513 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.เพชรบุรี เกิดน้ำท่วมในอำเภอแก่งกระจาน รวม 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว<br />
.<br />
ภาคตะวันออก<br />
🔸จ.นครนายก เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 44 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำทรงตัว<br />
🔸จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,934 ครัวเรือน เสียชีวิต 19 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วมใน 11 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.พนมสารคาม อ.แปลงยาว อ.ท่าตะเกียบ อ.เมืองฯ อ.สนามชัยเขต อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น รวม 93 ตำบล 844 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 64,516 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น<br />
🔸จ.ชลบุรี เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พนัสนิคม อ.พานทอง รวม 12 ตำบล 63 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,781 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
🔸จ.ระยอง เกิดน้ำท่วมในอำเภอแกลง รวม 1 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง<br />
.<br />
🔸กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง<br />
.<br />
#ข่าว #ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #อุทกภัย #น้ำท่วม #สถานการณ์น้ำท่วม #เครื่องจักรกลสาธารณภัย #สายด่วน1784 #กรมประชาสัมพันธ์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202610078ce9e7fb834a3951eddcfed1396d50ad104606.png' type='image/png' length='1853413' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อธิบดีกรมการปกครอง สั่งด่วน ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เร่งช่วยผู้ประสบภัย–หนุนลงทะเบียนเยียวยา–กำกับศูนย์พักพิง]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548714</link>
<guid isPermaLink="false">df30d9f5c75ee0d380abf4d026c552a7</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 10:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>อธิบดีกรมการปกครอง สั่งด่วน ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เร่งช่วยผู้ประสบภัย&ndash;หนุนลงทะเบียนเยียวยา&ndash;กำกับศูนย์พักพิง</p>

<p>วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ &nbsp;เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มอบข้อสั่งการในที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นั้น</p>

<p>อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ปลัดจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ &nbsp;ดำเนินการตามข้อสั่งการดังนี้&nbsp;</p>

<p>1. กำกับ ติดตาม และเร่งขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยให้กลไกฝ่ายปกครองในทุกระดับ ทั้งปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ขณะที่พื้นที่ซึ่งสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว</p>

<p>2. เร่งจัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) โดยสามารถทยอยประชุมเป็นระยะตามความพร้อมของข้อมูลและพื้นที่ประสบภัย ไม่จำเป็นต้องรอให้การสำรวจข้อมูลผู้ประสบภัยครบถ้วนทั้งหมด เพื่อให้การพิจารณาและให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และไม่ล่าช้า</p>

<p>3. ให้อำเภอพิจารณาใช้งบประมาณตามโครงการสนับสนุนการบูรณาการและการขับเคลื่อนนโยบายระดับอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อสนับสนุนการบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่จำเป็น อาทิ การจัดหาอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นสำหรับช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมอำเภอ โดยต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่ซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น และคำนึงถึงความจำเป็น ความเหมาะสม ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้</p>

<p>4. เน้นย้ำให้อำเภอประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสิทธิและยื่นขอรับความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง</p>

<p>นอกจากนี้ ให้ฝ่ายปกครองรายงานผลการปฏิบัติงานและการให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านช่องทางการสื่อสารของที่ทำการปกครองอำเภออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือและการบริหารจัดการสาธารณภัยของภาครัฐ ลดความสับสนและความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชน</p>

<p>5. ให้ปลัดจังหวัดและนายอำเภอกำกับดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราวและศูนย์อพยพผู้ประสบภัยให้มีความพร้อม เหมาะสม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน โดยครอบคลุมทั้งอาคารสถานที่ เตียงนอน ห้องน้ำ ห้องสุขา วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาหารและน้ำดื่ม รวมถึงไฟฟ้า น้ำประปาที่สะอาดและเพียงพอ ตลอดจนสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม เพื่อให้ประชาชนสามารถพักพิงและดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย</p>

<p>ทั้งนี้ กรมการปกครองกำชับให้จังหวัดและอำเภอเร่งสำรวจข้อมูลศูนย์พักพิงชั่วคราวและศูนย์อพยพผู้ประสบภัย รวมถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการในการบริหารจัดการ พร้อมรายงานให้กรมการปกครองทราบ ครั้งแรกภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. และปรับปรุงข้อมูลทุกวันภายในเวลา 16.30 น. เพื่อให้กรมการปกครองสามารถติดตามสถานการณ์ ประเมินความพร้อม และสนับสนุนการช่วยเหลือพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที</p>

<p>อธิบดีกรมการปกครองเน้นย้ำว่า &ldquo;ฝ่ายปกครองต้องอยู่ใกล้ประชาชนในทุกสถานการณ์&rdquo; โดยให้ทุกพื้นที่เร่งลงมือช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การเร่งรัดกระบวนการเยียวยา การดูแลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิง และการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202610071669dd131988390511a912a47056009d104516.png' type='image/png' length='890432' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลอำนวยความสะดวก เปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน–หินกอง ทั้งขาไป–ขากลับ เพิ่มทางเลือกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 ต.ค. 69 หรือจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548705</link>
<guid isPermaLink="false">2fe4100b38cb3c4d622f241a9f228e40</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) นางสาวพลอนทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า &nbsp;กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ขานรับนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการอำนวยความสะดวกและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม เปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน&ndash;นครราชสีมา ช่วงบางปะอิน&ndash;หินกอง ทั้งขาไปและขากลับ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม</p>

<p>&ldquo;การเปิดทดลองให้บริการครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ (6 ตุลาคม 2569) ถึง วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 24.00 น. หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยกรมทางหลวงพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการเส้นทางสอดคล้องกับสถานการณ์และช่วยลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน&rdquo; นางสาวพลอยทะเล กล่าว</p>

<p>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า เนื่องจากมอเตอร์เวย์ M6 ยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ขอให้ประชาชน วางแผนการเดินทาง เพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามป้ายจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด 6 โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลจราจรผ่าน DOH Highway Radio ทางเว็บไซต์ <a href="https://www.highwaytraffic.go.th/radio">https://www.highwaytraffic.go.th/radio</a></p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/169840">https://www.thaigov.go.th/th/news/169840</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20261007343daf8b59782f8a326a7779de60ae3d103432.jpg' type='image/jpg' length='100121' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📍ถนนพระรามสอง จ.สมุทรสาคร ยังมีน้ำท่วมขัง แต่ระดับต่ำกว่าเมื่อวาน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548710</link>
<guid isPermaLink="false">7c2f98b1f447b4718ba555373d2853a1</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>📍ถนนพระรามสอง จ.สมุทรสาคร ยังมีน้ำท่วมขัง แต่ระดับต่ำกว่าเมื่อวาน<br />
.<br />
&nbsp;▪️วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้า กทม. ยังคงมีน้ำขังผิวจราจร โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงตำบลกาหลง ถัดมาคือตรงจุด ต. บางโทรัดหน้าปั๊ม ปตท.เรื่อยไปจนถึงแถวฝั่งตรงข้ามวัดเกตุมดีศรีวราราม ระดับน้ำในช่องทางหลักภาพรวมยังปกคลุมเต็มพื้นที่ แต่ระดับน้ำไม่สูงเท่าเมื่อวาน การจราจรสามารถเคลื่อนตัวได้ 2 ช่องทางด้านขวา ส่วนช่องทางด้านซ้ายรถใหญ่สามารถลุยน้ำผ่านได้ จุดที่เลยตลาดลอนดอนไปไม่มีน้ำท่วมขัง การจราจรคล่องตัว<br />
▪️ช่องทางคู่ขนานฝั่งขาเข้า กทม. มีน้ำท่วมขังสูงเช่นเดียวกัน แต่รถมีปริมาณน้อยกว่าเส้นทางหลัก<br />
▪️ถนนพระราม 2 ฝั่งขาลงใต้ ไม่มีน้ำท่วมขัง รถสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก<br />
.<br />
#กรมประชาสัมพันธ์ #JICC #น้ำท่วม #ฝนตก #ฝนตกหนัก #อุทกภัย &nbsp;#สมุทรสาคร #ถนนพระราม2 #พระราม2 #น้ำขัง #ถนน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20261007b7cc29cacad1768631c0bda012f60485103705.png' type='image/png' length='1377045' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[📢 ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุม บกปภ.ช. (ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569) 🚨  ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548694</link>
<guid isPermaLink="false">67e9764749b816fc292dfd09acca19dd</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>📢 ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุม บกปภ.ช. (ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569) 🚨 &nbsp;<br />
​เพื่อการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำและช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ 3 มาตรการสำคัญ ดังนี้: &nbsp;<br />
​1️⃣ เพิ่มมาตรการ สร้างการรับรู้สู่ประชาชน:<br />
ให้จังหวัดที่มีสถานการณ์เร่งสื่อสารทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ภาครัฐกำลังดำเนินการ วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัย รวมถึงช่องทางรับความช่วยเหลือต่าง ๆ &nbsp;<br />
​2️⃣ ป้องกันความขัดแย้ง:<br />
สั่งการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ สแกนพื้นที่เสี่ยงขัดแย้งจากการระบายน้ำหรือทำคันกั้นน้ำ พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ห้ามไม่ให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่เด็ดขาด &nbsp;<br />
​3️⃣ วางแผนระบายน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อ:<br />
จังหวัดที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน ต้องวางแผนร่วมกัน บูรณาการร่วมกับหน่วยทหารและชลประทานในการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อส่งต่อมวลน้ำได้อย่างเชื่อมโยงและไร้รอยต่อ &nbsp;<br />
​#ข้อสั่งการนายก #บกปภช #จัดการน้ำ2569 #น้ำท่วม2569 #เตือนภัยน้ำท่วม #ช่วยผู้ประสบภัย #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026100775f9a0e7a232387d7f07bcbcbd0f25d4102454.png' type='image/png' length='241685' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[🌊 อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก 🗓 7 ตุลาคม 2569 ⏰ เวลา 06.00 น. 📍 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  จ.ลพบุรี ]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548691</link>
<guid isPermaLink="false">ceceeebfb313cd2e8301115b68518b66</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 10:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🌊 อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก<br />
🗓 7 ตุลาคม 2569 ⏰ เวลา 06.00 น.<br />
📍 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ &nbsp;จ.ลพบุรี<br />
🌊 ปริมาณน้ำเก็บกัก 927 ล้าน ลบ.ม. (106%)&nbsp;<br />
💦 ระบายน้ำ 500 ลบ.ม./วินาที<br />
⏸️ ทรงตัว<br />
📍เขื่อนพระราม6 จ.พระนครศรีอยุธยา<br />
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 747 ลบ.ม./วินาที🚩<br />
📈 แนวโน้มเพิ่มขึ้น<br />
🚨 ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00&ndash;1.20 เมตร&nbsp;<br />
⚠️พื้นที่เฝ้าระวัง: บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ตำบลท่าเรือ ท่าหลวง จำปา ท่าเจ้าสนุก ศาลาลอย วังแดง โพธิ์เอน และปากท่า<br />
📍แม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไหลลงสู่สถานี C29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดวัดน้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯ)<br />
💦 ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,278 ลบ.ม./วินาที (ควบคุมไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที )<br />
❌ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร❌<br />
🔺หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักฯเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป<br />
#กรมชลประทาน #เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ #ลพบุรี #สถานการณ์น้ำ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20261007f855a74a5cf45bb81b54eed0f633fccd101903.jpg' type='image/jpg' length='183038' />
</item>
</channel>
</rss>
