<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ทันข่าว]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/33</link>
<atom:link href="https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/index/id/33" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“รมว.สุชาติ” เดินหน้ายกระดับปราบกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ดันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/538141</link>
<guid isPermaLink="false">50cacc914cdd7b5d2e3ee9341cbea165</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 09:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;รมว.สุชาติ&rdquo; เดินหน้ายกระดับปราบกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ดันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน</p>

<p>เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า นายสุชาติ&nbsp;<br />
ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์<br />
รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เข้าประชุมร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ณ สำนักงาน ปปง. โดยมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นประธานการประชุม และนายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับการพิจารณากำหนดให้การกระทำความผิด กรณีการลักลอบขนย้ายและทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม เป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นมาตรการเพิ่มเติม ในการดำเนินคดีกับผู้ลักลอบขนย้าย และทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;</p>

<p>ผลการประชุมในวันนี้ ทุกหน่วยงานเห็นพ้องว่า ควรกำหนดให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบ&nbsp;<br />
ขนย้าย และการทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม เป็นความผิดมูลฐานเพิ่มเติม ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน<br />
และปราบปราบการฟอกเงิน ซึ่งปัจจุบันได้มีการเสนอฐานความผิดเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมไว้<br />
ในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ด้วยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การกำหนดมูลฐานความผิดดังล่าว มีความชัดเจน และครอบคลุม รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;<br />
จึงได้มอบหมายให้กรมควบคคุมมลพิษ จัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อพิจารณาปรับปรุงบทนิยาม และการกำหนดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามบทนิยามของกฎหมาย รวมทั้งหลักเกณฑ์วิธีการคำนวณผลประโยชน์ที่ผู้กระทำความผิดอาจได้รับไปจากกระทำความผิดมูลฐานดังกล่าว เพื่อนำเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ต่อไป ดร.สุรินทร์ กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202609035c62faa2b9bbaa66b2958473562cec37094131.jpg' type='image/jpg' length='80440' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและ ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล กิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในประเทศและต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 2]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/538117</link>
<guid isPermaLink="false">8f011f3dbc2abc9051e26397d4f59c59</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 08:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="✨" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tf6/3/16/2728.png" width="16" />กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและ ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล กิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในประเทศและต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 2 ณ Kyokeikan Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 17-18 กันยายน 2569</p>

<p>โดยในวันที่ 18 กันยายน 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จฯเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ในหัวข้อ &ldquo;วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย&rdquo; ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ พร้อมองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมที่ถูกต้องตามแบบพระราชทานที่กำลังเตรียมขึ้นสู่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ปลายปีนี้</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/chudthai?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZgn8ESCxe8WLDxT50-PXnnGBIfw7Xvz6vTa_pQglr6SLt-iDpGIbTDvdZ851KI1ceINXpmjUrYbNdtPf7MujQcGnswXe9NFzFqM7T92ACJcGiBBRnCJViL0bjREC7sMBgBzBjahUcbETkr860NxD4F_SBCFM5i2&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#Chudthai</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZgn8ESCxe8WLDxT50-PXnnGBIfw7Xvz6vTa_pQglr6SLt-iDpGIbTDvdZ851KI1ceINXpmjUrYbNdtPf7MujQcGnswXe9NFzFqM7T92ACJcGiBBRnCJViL0bjREC7sMBgBzBjahUcbETkr860NxD4F_SBCFM5i2&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ชุดไทยพระราชนิยม</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZgn8ESCxe8WLDxT50-PXnnGBIfw7Xvz6vTa_pQglr6SLt-iDpGIbTDvdZ851KI1ceINXpmjUrYbNdtPf7MujQcGnswXe9NFzFqM7T92ACJcGiBBRnCJViL0bjREC7sMBgBzBjahUcbETkr860NxD4F_SBCFM5i2&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ผ้าไทยใส่ให้สนุก</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/unesco?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZgn8ESCxe8WLDxT50-PXnnGBIfw7Xvz6vTa_pQglr6SLt-iDpGIbTDvdZ851KI1ceINXpmjUrYbNdtPf7MujQcGnswXe9NFzFqM7T92ACJcGiBBRnCJViL0bjREC7sMBgBzBjahUcbETkr860NxD4F_SBCFM5i2&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#UNESCO</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZgn8ESCxe8WLDxT50-PXnnGBIfw7Xvz6vTa_pQglr6SLt-iDpGIbTDvdZ851KI1ceINXpmjUrYbNdtPf7MujQcGnswXe9NFzFqM7T92ACJcGiBBRnCJViL0bjREC7sMBgBzBjahUcbETkr860NxD4F_SBCFM5i2&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กรมประชาสัมพันธ์</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/nbt2hd?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZgn8ESCxe8WLDxT50-PXnnGBIfw7Xvz6vTa_pQglr6SLt-iDpGIbTDvdZ851KI1ceINXpmjUrYbNdtPf7MujQcGnswXe9NFzFqM7T92ACJcGiBBRnCJViL0bjREC7sMBgBzBjahUcbETkr860NxD4F_SBCFM5i2&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#NBT2HD</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260903b91f9f0210726918af66a4ff06a73a81084210.jpeg' type='image/jpg' length='363525' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/538107</link>
<guid isPermaLink="false">cb854aea110cd3989a8840b4e2ca559d</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 04:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนนิคมมักกะสัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย ณ วัดดิสหงษาราม (วัดมักกะสัน) เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569</p>

<p>เมื่อเวลา 15.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เดินทางถึงวัดดิสหงษาราม (วัดมักกะสัน) เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร จากนั้นเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนนิคมมักกะสัน พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 39 ชุด มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว</p>

<p>โอกาสนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรายงานสรุปสถานการณ์อัคคีภัย รวมถึงการดำเนินการให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ</p>

<p>ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี องคมนตรีได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนนิคมมักกะสัน ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุอัคคีภัย เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมให้กำลังใจแก่ประชาชนผู้ประสบภัย และรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่</p>

<p>ในการนี้ นายอภิชาต แสนมาโนช ผู้อำนวยการเขตราชเทวี นายสุพงษ์ สิริหิรัณยานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตราชเทวี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตราชเทวี หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร และศูนย์บริการสาธารณสุข 2 วัดมักกะสัน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธี</p>

<p>การได้รับสิ่งของพระราชทานและพระราชกระแสความห่วงใยในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย และเป็นขวัญกำลังใจสำคัญให้แก่ผู้ประสบภัยในการก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความเดือดร้อนและกลับมาดำเนินชีวิตต่อไป</p>

<p>ที่มา : สำนักงานเขตราชเทวี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260903052eb19561c757057d0932e1c2d37bdc044833.jpg' type='image/jpg' length='39771' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกต. เปิดเวทีคนรุ่นใหม่! ปล่อยของผ่านคลิปสั้น “ประชาธิปไตยสีขาว” ชิงเงินรางวัลกว่า 124,000 บาท]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/538016</link>
<guid isPermaLink="false">24e6532ac9745eceba4c9d8a42694b25</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 16:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>กกต. เปิดเวทีคนรุ่นใหม่! ปล่อยของผ่านคลิปสั้น &ldquo;ประชาธิปไตยสีขาว&rdquo; ชิงเงินรางวัลกว่า 124,000 บาท</strong><br />
ไอเดียดี มีของ ต้องปล่อย! สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้โชว์พลังความคิดสร้างสรรค์ ชวนนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ร่วมส่งคลิปวิดีโอสั้น ภายใต้แนวคิด &ldquo;ประชาธิปไตยสีขาว&rdquo; ถ่ายทอดมุมมองใหม่ สร้างสังคมเลือกตั้งสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมร่วมกันส่งเสียง ต้านการทุจริตและการซื้อสิทธิขายเสียง ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 124,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตร<br />
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เดินหน้าสร้างพลังพลเมืองรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอสั้นเพื่อสังคม ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงกฎหมาย ระเบียบ และข่าวสารกระบวนการเลือกตั้ง โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะด้านการผลิตสื่อ และพลังของโลกดิจิทัล ถ่ายทอดเรื่องราวประชาธิปไตยในมุมมองของตัวเอง<br />
เพราะวันนี้ &ldquo;เสียงของคนรุ่นใหม่&rdquo; ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่อยู่บนทุกแพลตฟอร์มของโลกออนไลน์ กกต. จึงเปิดเวทีให้เยาวชนใช้ คลิปสั้น เปลี่ยนความคิด และส่งต่อค่านิยมที่ดีสู่สังคม ภายใต้แนวคิด &ldquo;ประชาธิปไตยสีขาว&rdquo; ที่สะท้อนถึงการเลือกตั้งที่สะอาด โปร่งใส สุจริต และทุกคนมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม<br />
การประกวดเปิดรับผลงานทั้งแบบ เดี่ยว หรือ ทีม แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา สำหรับนิสิตและนักศึกษา โดยผลงานต้องเป็น คลิปวิดีโอแนวตั้ง 9:16 ความยาว 2-3 นาที ความละเอียด Full HD หรือ 1080p ขึ้นไป ในรูปแบบไฟล์ MP4<br />
ขณะเดียวกัน เปิดกว้างให้ผู้เข้าประกวดสามารถนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสร้างสรรค์ผลงานได้ เพื่อสะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล แต่ต้องเปิดเผยรายละเอียดส่วนที่มีการใช้ AI อย่างชัดเจน พร้อมแนบเอกสาร Log file เพื่อยืนยันความถูกต้องด้านลิขสิทธิ์<br />
สำหรับรางวัลระดับอุดมศึกษา มีเงินรางวัลรวม 73,000 บาท โดยรางวัลชนะเลิศรับเงินรางวัล 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับ 20,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 รับ 15,000 บาท พร้อมรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท</p>

<p>ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา มีเงินรางวัลรวม 51,000 บาท รางวัลชนะเลิศรับเงินรางวัล 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับ 15,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับ 10,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท โดยทุกรางวัลได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์คะแนนตั้งแต่ 60 คะแนนขึ้นไป ได้รับใบประกาศเกียรติคุณอีกด้วย</p>

<p>ใครมีไอเดีย อย่าปล่อยให้ไอเดียอยู่แค่ในหัว! กกต. เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถส่งใบสมัครและไฟล์ผลงานผ่านทางอีเมล Commu.prect@gmail.com โดยจะประกาศผลและมอบรางวัลภายในเดือนกันยายน 2569</p>

<p>เยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่อยากใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม สามารถดาวน์โหลดใบสมัครและศึกษารายละเอียดกติกาเพิ่มเติมได้ที่ www.ect.go.th &nbsp;รวมถึงแฟนเพจสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ของ กกต.</p>

<p>เพราะประชาธิปไตยที่ดี ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และพลังของคนรุ่นใหม่ อาจเริ่มต้นได้จากคลิปสั้นเพียงหนึ่งคลิป...ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ทั้งสังคม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260902e905c63836a0fec12d88bfdb6e98e81a160620.jpg' type='image/jpg' length='178840' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร–สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน เพิ่มการขนส่ง กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/537785</link>
<guid isPermaLink="false">d180cee8ccb71cd836510c0d3fd566a3</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 09:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(1 ก.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 รวม 6 โครงการ&nbsp;<br />
โดยแบ่งเป็นการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 &nbsp;เนื่องจากกระทรวงคมนาคมรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของโครงการสายใต้ใหม่ทั้ง 3 โครงการ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปรับปรุงราคาก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันตามต้นทุนค่าวัสดุและค่าน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการปรับปรุงค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง และค่าชดเชยพืชผลต้นไม้ให้เป็นราคาประเมิน ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังขอปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างจากเดิมร้อยละ 2.25 เปลี่ยนเป็นร้อยละ 2.75 ของค่าก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยสำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณรายปี และกระทรวงการคลังจะจัดหาแหล่งเงินกู้พร้อมค้ำประกันภายในประเทศตามความเหมาะสม เพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;<br />
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ทั้ง 3 โครงการ ประกอบด้วย&nbsp;<br />
1. โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท จากเดิม 30,422.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท&nbsp;<br />
2. โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี&ndash;ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569&ndash;2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ซึ่งเดิมเป็นโครงการสุราษฎร์ธานี&ndash;หาดใหญ่&ndash;สงขลา เคยประเมินวงเงินไว้ 66,270.51 ล้านบาท ถูกทบทวนเป็น 77,556.97 ล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเดินหน้าเฉพาะช่วง สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ ก่อน ส่วนช่วง หาดใหญ่&ndash;สงขลา 15,922.42 ล้านบาท ให้ชะลอไว้ จนกว่าจะสามารถดำเนินการผลักดันผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ<br />
3. โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท จากเดิม 7,772.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท<br />
ทั้งนี้ โครงการยังครอบคลุมการปรับปรุงและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ รวมทั้งรองรับการเพิ่มความถี่ของขบวนรถโดยสารและขบวนรถสินค้าในอนาคตโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคใต้ โดยจะช่วยเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟ<br />
สายหลักของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน เส้นทางช่วงชุมทางหาดใหญ่&ndash;ปาดังเบซาร์ จะช่วยเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน<br />
นอกจากนี้ ยังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีกจำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการช่วงปากน้ำโพ&ndash;เด่นชัย 2. โครงการช่วงเด่นชัย&ndash;เชียงใหม่ และ 3. โครงการช่วงชุมทางถนนจิระ&ndash;อุบลราชธานี โดยได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของโครงการ จัดทำกลยุทธ์การตลาด และแผนธุรกิจอย่างรัดกุมตามข้อสังเกตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากประเมินว่าข้อมูลประมาณการผู้โดยสารและสินค้าอาจยังมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป<br />
ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา การดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e&ndash;bidding) การพิจารณาข้อเสนอ ตลอดจนการเสนอผลการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การรถไฟฯ คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่หาดใหญ่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม การรถไฟฯ ได้ปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟจากคันทาง (Embankment) เป็นโครงสร้างสะพานบก (Viaduct) ในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลอง<br />
อู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร การปรับรูปแบบดังกล่าวจะช่วยลดการกีดขวางทางไหลของน้ำ และเปิดพื้นที่ให้น้ำสามารถระบายผ่านใต้แนวทางรถไฟได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่แนวคันทางรถไฟอาจมีต่อการระบายน้ำของพื้นที่&nbsp;<br />
อีกทั้ง การใช้โครงสร้างสะพานบกยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในอนาคต รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างทางรถไฟ และช่วยให้การเดินรถมีความต่อเนื่องมากขึ้นในสถานการณ์น้ำท่วม สำหรับช่วงชุมทางหาดใหญ่&ndash;สงขลา ระยะทางประมาณ 29.22 กิโลเมตร ที่ต้องแก้ไขปัญหา<br />
ผู้บุกรุก จะนำไปพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินโครงการตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในครั้งนี้ จะมุ่งพัฒนาโครงข่ายหลักให้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ชุมพร ผ่านสุราษฎร์ธานีและชุมทางหาดใหญ่ ไปจนถึงปาดังเบซาร์ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย จะช่วยให้โครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงระบบรางผ่านปาดังเบซาร์สู่ประเทศมาเลเซีย เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทาง การค้า และการขนส่งทางรางระหว่างประเทศในอนาคต<br />
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดสงขลา ครั้งนี้ กระทรวงคมนาคม&nbsp;<br />
ยังได้เดินหน้าก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ของกรมทางหลวงชนบท ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว (Green Transport) ซึ่งทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 โดยสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ช่วยลดระยะทางจากการเดินทางอ้อมประมาณ 80 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจากเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15 นาที เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า พร้อมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น<br />
ขณะที่ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 2.24 กิโลเมตร จะช่วยลดการพึ่งพา<br />
แพขนานยนต์ ซึ่งในบางช่วงต้องรอ 2&ndash;3 ชั่วโมง เหลือเวลาข้ามประมาณ 2 นาที ทำให้การเดินทางและขนส่งสินค้ามีความแน่นอนมากขึ้น รวมถึงช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น<br />
ทั้ง 2 โครงการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของ โลมาอิรวดี มีมาตรการติดตามการเคลื่อนไหวของโลมา ควบคุมตะกอนและคุณภาพน้ำ ตลอดจนลดผลกระทบต่อทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260902657ec38e7beb94a6e1bee333d73cd362102031.jpg' type='image/jpg' length='1708980' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.สัญจรสงขลา ยกระดับ 5 จังหวัดภาคใต้ เคาะ Quick Win 4 ด้าน เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงรับมือภัยพิบัติ เดินหน้าประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/537723</link>
<guid isPermaLink="false">8402c7cd68ac93492aa5cc7660e3d710</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 09:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(1 ก.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา ติดตามการดำเนินงาน และรับฟังข้อเสนอจากประชาชนและทุกภาคส่วน<br />
ในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ Quick Win เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทันที โดยครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อทำให้คนในพื้นที่มีโอกาส มีรายได้ และสามารถเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของภูมิภาค ดังนี้&nbsp;<br />
ด้านเศรษฐกิจ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยเร่งปลดล็อกข้อจำกัดและอุปสรรคทางธุรกิจ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นผู้นำและผู้สนับสนุนไปพร้อมกัน และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ได้แก่&nbsp;<br />
1) ให้กระทรวงการคลัง พิจารณามาตรการด้านการเงินและภาษี โดยปรับปรุงเงื่อนไขเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ทั้งในด้านอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาการดำเนินการของเงินกู้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ 5 จังหวัด และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ สำหรับผู้ประกอบการในช่วงฟื้นฟูน้ำท่วม จากเดิมที่ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน ได้มีการพิจารณาขยายผลตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้มีมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่องในช่วงที่ยังไม่มีรายได้ โดยนอกจากจะปลอดดอกเบี้ยแล้ว รัฐจะช่วยออกดอกเบี้ยให้อีกคนละครึ่ง (50:50) และธนาคารออมสินได้เตรียมปล่อยสินเชื่อระยะยาว 5 ปี สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ร้อยละ 1.5 ต่อปี ตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว<br />
&nbsp;2) ให้กระทรวงมหาดไทย จัดทำผังเมือง 5 จังหวัดให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่โดยการจัดทำผังเมืองของจังหวัดสงขลาและปัตตานีให้ดำเนินการสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่สงขลาและปัตตานี และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) จังหวัดสงขลาและปัตตานี&nbsp;<br />
3) ให้กระทรวงคมนาคมขุดลอกร่องน้ำของท่าเรือสงขลาและปัตตานีให้ลึกประมาณ 9 - 10 เมตร เพื่อให้สามารถรับเรือสินค้าขนาดใหญ่และรองรับการระบายน้ำในพื้นที่&nbsp;<br />
4) ให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมล่วงเวลาของนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านชายแดนไทย - มาเลเซียทางบกและปรับรูปแบบ ตม.2 และ ตม.3 เป็นรูปแบบออนไลน์และลงทะเบียนล่วงหน้าได้ 3 วันล่วงหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งปรับระบบศุลกากรให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน&nbsp;<br />
5) ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริหารจัดการการทำประมงพื้นบ้านเพื่อลดผลกระทบจากการทำประมงพื้นบ้านในพื้นที่อุทยาน&nbsp;<br />
6) ให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์ One Stop Service สำหรับการจัดการแรงงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ&nbsp;<br />
7) ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดงานส่งเสริมและ Package การท่องเที่ยวด้านอาหารพื้นถิ่นของ&nbsp;<br />
5 จังหวัด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเอกลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;<br />
8) ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ขยายมาตรการช่วยเหลือและส่งเสริมการลงทุน<br />
ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 - 31 ธันวาคม 2572<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านสังคม เดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจน ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและการประกอบอาชีพ และเร่งหารือกับประเทศมาเลเซีย เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างเหมาะสม พร้อมลดภาระและต้นทุนของผู้ประกอบการ ดังนี้<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;1) ให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดการออกแบบก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 วงเงิน 250 ล้านบาท&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;2) ให้กระทรวงแรงงาน เร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างไทย-มาเลเซีย<br />
เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนในการทำงานของแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย ทบทวนระเบียบและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เพื่อนำเข้าแรงงานทดแทนและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;3) ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยบูรณาการความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรร่วมระหว่างวิทยาลัยชุมชนและมหาวิทยาลัย พร้อมจัดทำ Journey Map&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;4) แก้ไขปัญหาความยากจน โดยให้จังหวัดประสานความร่วมมือกับหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) เพื่อให้ความช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมายอย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการ<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;5) ซ่อมแซมและพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กลุ่มเปราะบางให้จังหวัดร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบสถานะที่ดินและข้อจำกัดทางกฎหมายให้ได้ข้อยุติเป็นรายพื้นที่ สำหรับพื้นที่ที่รองรับการอยู่อาศัยได้&nbsp;<br />
ให้เร่งรัดหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ช่วยสนับสนุนการดำเนินการจัดการเอกสารการให้ใช้ที่ดินให้ประชาชน<br />
ใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมอบกรรมสิทธิ์ ส่วนพื้นที่ที่รองรับไม่ได้ให้จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสม ติดตามผลให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายปี 2570 - 2571 และให้ประสานสถาบันศาสนาและหน่วยงานทหารสนับสนุนกำลังพลในการซ่อมแซมบ้านให้กลุ่มเปราะบาง&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;6) ให้กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดมาตรการพัฒนาการศึกษาโรงเรียนตาดีกา โดยศึกษาแนวทางนำเข้าสู่ระบบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดสรรงบประมาณ และมาตรการช่วยเหลือเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) โดยใช้กลไกวิทยาลัยชุมชนในการดูแล พัฒนาทักษะ และสร้างโอกาสให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการประกอบอาชีพ&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;7) ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ โดยกำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดและเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างทั่วถึงและตรงกลุ่มเป้าหมาย<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;8) ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาลิงในแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสตูล โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านความมั่นคง เดินหน้าสร้างความมั่นคงควบคู่กับการทำงานร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ทำงานแยกออกจากประชาชน โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึง AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการจุดผ่านแดน เพื่อสร้างความสงบ สร้างความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่น ให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิต ทำมาหากิน และประกอบธุรกิจได้อย่างมั่นคง ดังนี้<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;1) ให้กระทรวงมหาดไทย เป็นศูนย์ปฏิบัติการอำเภอและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เป็นแนวหน้าในการรับแจ้งและสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับและเพิ่มทักษะให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อเป็นเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ที่ช่วยสนับสนุนความมั่นใจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ จัดหาและติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) พร้อมอุปกรณ์และติดตั้ง จำนวน 164 ระบบให้กับชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.)&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;2) ให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พัฒนาด่านตรวจเกาะหม้อแกง (อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี) ให้เป็นด่านตรวจอัจฉริยะ (Smart Checkpoint)<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านภัยพิบัติ จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ วงเงินรวมกว่า 142 ล้านบาท ทั้งการก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี วงเงิน 20 ล้านบาท โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพ<br />
ระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่ วงเงิน 25.9 ล้านบาท และของเทศบาลเมืองควนลัง วงเงิน 21.1 ล้านบาท เห็นชอบการดำเนินโครงการปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน วงเงิน 75 ล้านบาท<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบในหลักการการจัดให้มี &ldquo;ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; และ<br />
ให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้กับประชาชน โดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับกรณีอุทกภัย ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง วงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือนและคุ้มครองการเสียชีวิต โดยจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากการรอรับเงินเยียวยา ไปสู่ ระบบประกันภัยสำหรับครัวเรือน โดยแนวทางนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิม เปลี่ยนจากการ &ldquo;รอเยียวยาเมื่อเกิดเหตุ&rdquo; ไปสู่การ &ldquo;เตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า&rdquo;&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ภาครัฐจะเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี ขณะที่วงเงินความคุ้มครองอยู่ที่ 75,000 ล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมา รัฐใช้งบประมาณในการช่วยเหลือและเยียวยาประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี&nbsp;<br />
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่รัฐต้องใช้ในการเยียวยา ค่าพยาบาล ถุงยังชีพ และการจัดตั้งศูนย์พักพิง<br />
เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ถือว่าเป็นวงเงินที่น้อยกว่า แนวทางดังกล่าวจึงเป็นการปรับรูปแบบการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้รัฐใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันสามารถเพิ่มความคุ้มครองและสร้างหลักประกันให้กับประชาชนได้มากขึ้น</p>

<p><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202609027f1534f4198b59891da14483c236c5d3090850.jpg' type='image/jpg' length='1634096' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. แจ้ง 4 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและน้ำล้นตลิ่ง 1 - 6 ก.ย. 69 กำชับพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/537656</link>
<guid isPermaLink="false">061b53dfccedb9b1fc895c6b7c0d63f0</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 18:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (1 ก.ย. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและอาจเกิดน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 1 - 6 ก.ย. 69 โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง พร้อมกำชับจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์</p>

<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับการประสานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบว่า อิทธิพลจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้มีฝนตกหนักบริเวณตอนบน ประกอบกับมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นบริเวณประเทศจีนตอนใต้ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยและลาว ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>ทั้งนี้ คาดว่าระดับน้ำแม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร จะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2.0 - 4.8 เมตร โดยมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่</p>

<p><img alt="📍" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/1f4cd.png" width="16" /> สถานีหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่าระดับวิกฤตในช่วงวันที่ 2 - 4 ก.ย. 69 และคาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในวันที่ 4 ก.ย. 69 สูงกว่าระดับวิกฤตประมาณ 0.28 เมตร</p>

<p><img alt="📍" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/1f4cd.png" width="16" />สถานีบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีแนวโน้มสูงกว่าระดับวิกฤตในช่วงวันที่ 2 - 5 ก.ย. 69 โดยคาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในวันที่ 5 ก.ย. 69 สูงกว่าระดับวิกฤตประมาณ 1.22 เมตร</p>

<p>พื้นที่ที่คาดว่าอาจเกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง ได้แก่</p>

<p><img alt="🔴" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png" width="16" /> จังหวัดหนองคาย (อำเภอเมืองฯ สังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ โพนพิสัย และรัตนวาปี)</p>

<p><img alt="🔴" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png" width="16" /> จังหวัดบึงกาฬ (อำเภอเมืองบึงกาฬ ปากคาด บุ่งคล้า และโซ่พิสัย)</p>

<p><img alt="🔴" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png" width="16" /> จังหวัดนครพนม (อำเภอเมืองฯ บ้านแพง ท่าอุเทน และธาตุพนม)</p>

<p><img alt="🔴" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6e/1/16/1f534.png" width="16" /> จังหวัดมุกดาหาร (อำเภอเมืองฯ หว้านใหญ่ และดอนตาล)</p>

<p>นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ กอปภ.ก. ได้กำชับจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ ติดตามระดับน้ำแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลสนับสนุนพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงหรือขยายวงกว้าง ให้จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมทรัพยากรเข้าประจำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพื่อเร่งบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที</p>

<p>พร้อมกำชับจังหวัดแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำโขง พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ให้ติดตามระดับน้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง และพร้อมเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หอกระจายข่าว วิทยุท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้ทันเวลา</p>

<p>ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;THAI DISASTER ALERT&rdquo; และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านไลน์ &ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&rdquo; และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260901c90ca3b605632e66cea1cd5f1ed3801f180944.jpg' type='image/jpg' length='81197' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รักบี้หญิงทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองแดงรักบี้ 7 คน ศึกเอเชียที่จีน โชว์ฟอร์มแกร่งตลอดทัวร์นาเมนต์]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/537599</link>
<guid isPermaLink="false">55c960389473aacbb99f431a851f4c2e</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 15:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รักบี้หญิงทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองแดงรักบี้ 7 คน ศึกเอเชียที่จีน โชว์ฟอร์มแกร่งตลอดทัวร์นาเมนต์</p>

<p>ทีมนักกีฬารักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย สร้างผลงานน่าภาคภูมิใจ คว้าเหรียญทองแดง หรืออันดับ 3 ในการแข่งขัน Asia Rugby Emirates Sevens Series 2026 ระหว่างวันที่ 29&ndash;30 สิงหาคม 2569 ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขัน สะท้อนศักยภาพและความมุ่งมั่นของทัพนักกีฬาหญิงไทยบนเวทีระดับเอเชีย</p>

<p>ทีมสาวไทยทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ด้วยการเอาชนะ มาเลเซีย 57-0 คะแนน และ ศรีลังกา 57-0 คะแนน ก่อนพ่ายให้กับฮ่องกงแบบฉิวเฉียด 0-5 คะแนน แต่ยังผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ</p>

<p>จากนั้นในการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ ทีมชาติไทยระเบิดฟอร์มเก่ง เอาชนะคาซัคสถาน 43-0 คะแนน ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนพ่ายให้กับญี่ปุ่น 10-26 คะแนน ในรอบรองชนะเลิศ ทำให้ต้องลงเล่นในรอบชิงอันดับ 3 และในวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ในการแข่งขันรอบชิงอันดับ 3 ทีมสาวไทยกลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง เอาชนะฮ่องกง 17-12 คะแนน คว้าอันดับ 3 และเหรียญทองแดง มาครองได้สำเร็จ</p>

<p>ขณะที่ทีมรักบี้ 7 คนชายทีมชาติไทย ทำผลงานคว้า อันดับ 5 ของการแข่งขัน โดยลงสนามในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 และเก็บชัยชนะเหนือมาเลเซีย 35-14 คะแนน และอุซเบกิสถาน 33-0 คะแนน ก่อนพ่ายฮ่องกง 5-17 คะแนน จากนั้นในรอบน็อกเอาต์พ่ายเจ้าภาพจีน 7-33 คะแนน ก่อนเอาชนะศรีลังกา 29-19 คะแนน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 17-14 คะแนน ในรอบจัดอันดับ คว้าอันดับ 5 ไปครอง</p>

<p>ผลงานของทัพรักบี้ 7 คนทีมชาติไทยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ โดยเฉพาะ ทีมสาวไทยที่คว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันระดับเอเชีย ขอแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความสามารถของนักกีฬาทุกคน พร้อมส่งกำลังใจให้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีนานาชาติต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/20260901dc919ed852e69c8e4ebf1f6f6225dbce154520.png' type='image/png' length='2035353' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม เตือนประชาชน ระวังเพจปลอม!]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/537592</link>
<guid isPermaLink="false">360ba447b88057db68c2563f43d43c0a</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 15:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตามที่ได้รับแจ้งจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ว่ามีประชาชนได้รับข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์ ทางเพจเฟซบุ๊กที่มีลักษณะการส่งข้อความรับแจ้งคดีอาชญากรรมทางออนไลน์ เพื่อรับยอดเฉลี่ยทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหาย โดยให้ผู้เสียหายแอดไลน์ ชื่อ @629rnlsy เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่และทำการส่งหลักฐาน ซึ่งมีการใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรมในการใช้เป็นช่องทางติดต่อกับผู้เสียหาย</p>

<p>กระทรวงยุติธรรมขอเรียนว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่ใช่เพจของกระทรวงยุติธรรม และไม่มีการใช้ช่องทางไลน์ดังกล่าวในการให้ผู้เสียหายติดต่อขอรับความช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรม ถือเป็นการหลอกลวงประชาชนและเป็นการนําเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง โดยการกระทําดังกล่าวอาจทําให้ประชาชนเข้าใจผิดและหลงเชื่อได้ ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊กจริงของกระทรวงยุติธรรม คือ &ldquo;กระทรวงยุติธรรม Ministry Of Justice, Thailand&rdquo; ที่มีสัญลักษณ์ติ๊กถูกสีฟ้าหลังชื่อเพจเท่านั้น และหากผู้เสียหายหรือประชาชนทั่วไปต้องการติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วยยุติธรรม โทร 1111 กด 77</p>

<p>ที่มา:&nbsp;กระทรวงยุติธรรม Ministry Of Justice, Thailand﻿</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/2026090117b2090b55a30d6111b83c2977538a60153742.jpg' type='image/jpg' length='105990' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["พาณิชย์" แก้เกมมังคุดใต้ ดึงพันธมิตรกระจายผลไม้ทั่วประเทศ เพิ่มจุดรับซื้อ–ปรับเส้นทางขนส่ง]]></title>
<link>https://edumaehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/537561</link>
<guid isPermaLink="false">9366dd7f03a9bdd729d183079904dc8b</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 15:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>น</p>

<p>ายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์มังคุดภาคใต้ว่า ปี 2569 มีผลผลิตประมาณ 139,396 ตัน โดย ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ออกสู่ตลาดแล้ว 85,644 ตัน หรือประมาณ 61% และยังมีผลผลิตอีกส่วนหนึ่งทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายฤดูกาล ขณะที่ในเดือนสิงหาคมมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ประกอบกับตลาดส่งออกโดยเฉพาะประเทศจีนมีภาวะซื้อขายชะลอตัว เนื่องจากมีผลไม้ชนิดอื่นเข้าสู่ตลาดในช่วงเดียวกัน และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้ราคามังคุดในช่วงนี้ปรับตัวลดลง</p>

<p>นายวิทยากร กล่าวเพิ่มว่า ล่าสุดมีปัจจัยด้านการขนส่งเข้ามากระทบเพิ่มเติม จากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณบ่อเต็น สปป.ลาว ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งสินค้าทางถนนผ่านเส้นทางบ่อเต็น&ndash;โม่หานเข้าสู่ประเทศจีน ทำให้การขนส่งมังคุดบางส่วนเกิดความล่าช้า และการระบายผลผลิตไปยังตลาดปลายทางไม่เป็นไปตามแผน ทั้งนี้ เส้นทางบ่อเต็น&ndash;โม่หานเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งออกมังคุดไทยไปยังจีน โดยเฉพาะตลาดทางภาคตะวันตกของจีนซึ่งมีความนิยมบริโภคมังคุด จากข้อมูลการส่งออกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามังคุดไทยที่ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวมีประมาณ 298 ตู้ จากทั้งหมด 455 ตู้ หรือคิดเป็นประมาณ 65% ดังนั้นเมื่อการขนส่งทางบกเกิดข้อจำกัด จึงทำให้มังคุดที่อยู่ระหว่างรอส่งออกบางส่วนต้องชะลออยู่ภายในประเทศ และเพิ่มแรงกดดันต่อการระบายผลผลิตในช่วงที่มังคุดภาคใต้กำลังออกสู่ตลาด</p>

<p>นายวิทยากร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ คุนหมิง เพื่อติดตามสถานการณ์การขนส่งและการผ่านแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมหารือกับผู้ส่งออกเพื่อปรับแผนการขนส่ง โดยพิจารณาใช้ เส้นทางรถไฟและการขนส่งผ่านแม่น้ำโขง เป็นทางเลือกเพิ่มเติม เพื่อเร่งนำมังคุดเข้าสู่ตลาดจีนและลดผลกระทบจากข้อจำกัดของการขนส่งทางถนน</p>

<p>นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการรับมือผลผลิตออกสู่ตลาดในประเทศ กรมการค้าภายใน ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพิ่มจุดรับซื้อมังคุดในพื้นที่ โดยเฉพาะมังคุดลูกสีม่วงและมังคุดเกรดโรงงานหรือเบอร์ดำ เพื่อรองรับผลผลิตที่อาจตกค้างเพิ่มขึ้นในประเทศในช่วง 2&ndash;3 วันนี้ พร้อมนำผู้ประกอบการและผู้รับซื้อให้เข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการกระจุกตัวของผลผลิตในแหล่งผลิตและช่วยลดแรงกดดันด้านราคา พร้อมกับเร่งกระจายผลผลิตร่วมกับภาคเอกชน ทั้งเปิดจุดจำหน่าย ณ สถานีโทรทัศน์ แหล่งชุมชน รวมถึงความร่วมมือกับการท่าอากาศยานในการโหลดกล่องผลไม้ฟรี เพื่อเป็นการรณรงค์การซื้อผลไม้และสามารถนำขึ้นเครื่องบินโดยสารได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม&nbsp;</p>

<p>ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการมังคุดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดจุดรับซื้อมังคุดเกรดโรงงานในราคานำตลาดกิโลกรัมละ 2 บาท รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึงส่งเสริมตลาดรวบรวมรับซื้อผลไม้ในระบบประมูล 3 จุด ในจังหวัดชุมพรและนครศรีธรรมราช ตลอดจนเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ห้างค้าส่งค้าปลีก หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรขนาดใหญ่ และจัดจุดจำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายมังคุดออกจากแหล่งผลิต</p>

<p>สำหรับการกำกับดูแลการรับซื้อมังคุดในพื้นที่ กรมการค้าภายในให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกรควบคู่กับการบริหารจัดการผลผลิต โดยติดตามสถานการณ์การรับซื้อและราคาในพื้นที่ รวมถึงการดำเนินการของผู้ประกอบการรับซื้อ เพื่อไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ หากพบพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการรับซื้อ สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้</p>

<p><br />
&ldquo;ช่วงนี้เป็นจังหวะที่มังคุดภาคใต้ยังทยอยออกสู่ตลาด ขณะที่มีปัจจัยด้านตลาดส่งออกและการขนส่งเข้ามากระทบพร้อมกัน กรมการค้าภายในจึงดำเนินการทั้งด้านการประสานปรับเส้นทางขนส่งไปจีนผ่านช่องทางอื่น และการเพิ่มกำลังรับซื้อภายในประเทศ เพื่อให้ผลผลิตเคลื่อนออกจากแหล่งผลิตได้มากขึ้น ลดปริมาณมังคุดตกค้าง และช่วยประคองสถานการณ์ราคาในช่วงปลายฤดูกาล&rdquo; นายวิทยากร กล่าว</p>

<p>ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.moc.go.th/th/gallery/article/detail/id/5/iid/2152?fbclid=IwY2xjawUDZ1dwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMUs5a1ZwR0pvSGlZMVY4Y1JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeO7Uw6GujvWtYou0b7nJ6aM7TG8nU-J6IEznnWo0__IY3qAnbt12CD0LKT7c_aem_lRtD26Xns2uvAR8LjbZYHg">https://www.moc.go.th/th/gallery/article/detail/id/5/iid/2152?fbclid=IwY2xjawUDZ1dwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMUs5a1ZwR0pvSGlZMVY4Y1JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeO7Uw6GujvWtYou0b7nJ6aM7TG8nU-J6IEznnWo0__IY3qAnbt12CD0LKT7c_aem_lRtD26Xns2uvAR8LjbZYHg</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://edumaehongson.prd.go.th/th/file/get/file/202609017f48f087426945fa445453f5ecfc8e25151120.jpg' type='image/jpg' length='681201' />
</item>
</channel>
</rss>
